โฮลิสต้า (ประเทศไทย) | HOLISTA

ประโยชน์ของโพรไบโอติก (Probiotics) เคล็ดลับเสริมสุขภาพที่ไม่ควรพลาด

ประโยชน์ของโพรไบโอติก

เมื่อพูดถึงเรื่องสุขภาพของลำไส้ แน่นอนว่า โพรไบโอติก (Probiotics) มักถูกขนานนามว่าเป็นอาหารเสริมอันดับต้น ๆ ที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับลำไส้ โดยอาหารที่พบโพรไบโอติกได้มากที่สุดก็คืออาหารหมักดองต่าง ๆ แต่ถ้าใครไม่ชอบทานอาหารหมักดอง การมองหาทางเลือกอย่าง “อาหารเสริมโพรไบโอติก” ก็ถือว่าตอบโจทย์เช่นกัน เพราะอาหารเสริมโพรไบโอติกก็ได้รวบรวมจุลินทรีย์เอาไว้มากมายหลายสายพันธุ์ ไม่แพ้อาหารหมักดองเลยค่ะ

แต่นอกจากโพรไบโอติกจะมีประโยชน์ต่อการส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับลำไส้แล้ว โพรไบโอติกยังมีคุณประโยชน์ต่าง ๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าทานเพียง 1 อย่าง ได้ประโยชน์อีกหลายข้อ ถ้าใครอยากรู้ว่าไพรโบโอติกมีประโยชน์อะไรบ้าง วันนี้ Holista ก็ได้รวบรวม 5 ประโยชน์ของโพรไบโอติกมาให้แล้ว ตามไปดูกันเลย!

โพรไบโอติกส์ (Probiotics) มีความสำคัญอย่างไร ?

ภายในลำไส้ของเรานั้นเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่จะคอยสร้างระบบนิเวศอย่าง ไมโครไบโอม (Microbiome) ที่เป็นส่วนช่วยทำให้เกิดความสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ไมโครไบโอมแข็งแรงได้ก็คือ การทานอาหารที่จะช่วยปรับความสมดุลระหว่างแบคทีเรียทั้งดีและไม่ดีเกือบ 1,000 สายพันธุ์ในลำไส้ โดยต้องเป็นอาหารที่จุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กทั้งหลายชื่นชอบมันด้วย

พรไบโอติก ก็จัดว่าเป็นอาหารที่จุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กทั้งหลายต่างชื่นชอบ ไพรโบโอติกมีลักษณะเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก สามารถทนต่อกรดและด่างได้ รวมถึงต่อต้านหรือกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ไม่ดีอื่น ๆ ได้ทั้งหมด โดยเมื่อรับประทานโพรไบโอติกเข้าไปแล้วก็จะช่วยให้เกิดความสมดุลทั้งระบบของร่างกาย

ซึ่งอาหารที่พบโพรไบโอติกได้มากที่สุดก็คือ “โยเกิร์ต” จากนั้นก็ตามด้วยอาหารหมักดองต่าง ๆ เช่น นมเปรี้ยว กะหล่ำปลีดอง คอมบูชา ผักดอง และกิมจิ แต่ถ้าใครไม่ชอบทานอาหารหมักดอง อาหารเสริมโพรไบโอติกที่รวมจุลินทรีย์มากมายหลายสายพันธุ์ก็ถือว่าตอบโจทย์ เพราะสามารถช่วยปรับสมดุลในระบบขับถ่ายและระบบทางเดินอาหารได้ดีเช่นเดียวกันค่ะ

5 ประโยชน์ของโพรไบโอติก (Probiotics)

  1. ช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียที่ดีในระบบย่อยอาหาร
    ในกรณีที่มีแบคทีเรียที่ไม่ดีมากจนเกินไปหรือมีแบคทีเรียที่ดีไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะหรือการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ โพรไบโอติกก็จะเข้าไปช่วยฟื้นฟูความสมดุลตามธรรมชาติของแบคทีเรียในลำไส้ ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นโพรไบโอติกยังช่วยป้องกัน ลดความเสี่ยง และลดความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากอาการท้องร่วง ท้องเสียได้เป็นอย่างดี

  2. ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกาย
    รู้หรือไม่ว่าระบบภูมิคุ้มกันมากกว่า 70% นั้นอยู่ในลำไส้ของมนุษย์! ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ที่รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโพรไบโอติกจะมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงมากกว่าผู้ที่รับประทานอาหาร Junk food หรืออาหารที่ไม่มีประโยชน์ เพราะโพรไบโอติกจะช่วยส่งเสริมการผลิตแอนติบอดี้ตามธรรมชาติในร่างกาย ซึ่งมีส่วนช่วยในการเพิ่มเซลล์ภูมิคุ้มกัน อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสความรุนแรงในการติดเชื้อในทางเดินหายใจและทางเดินปัสสาวะได้อีกด้วย

  3. ช่วยควบคุมอารมณ์
    สมองและระบบทางเดินอาหารมีส่วนเชื่อมโยงกัน ทำให้ส่งผลต่อการควบคุมการทำงานของร่างกาย อารมณ์ และความรู้สึก เช่น ความวิตกกังวล ความกลัว และภาวะซึมเศร้า ดังนั้นโพรไบโอติกจะช่วยเพิ่มสารสื่อประสาทอย่างเซโรโทนิน ที่ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายและเบิกบาน อีกทั้งช่วยลดการอักเสบในร่างกายที่ทำให้ระดับของ Lipopolysaccharide (LPS) ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาร LPS นี้เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของโรคซึมเศร้า สมองเสื่อม และอัลไซเมอร์

  4. ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและอ่อนนุ่ม
    เมื่อร่างกายมีสุขภาพที่ดีขึ้นแล้ว ก็จะส่งผลทำให้ผิวพรรณของคุณดีขึ้นด้วย เพราะโพรไบโอติกมีส่วนช่วยในการลดอาการภูมิแพ้ อาการระคายเคืองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผื่น สิว ผด และกลากเกลื้อน ซึ่งในปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลายแบรนด์ที่เริ่มผสมโพรไบโอติกลงไป เพื่อช่วยลดรอยแดงและการอักเสบบนผิว

  5. ช่วยลดไขมันสะสมในหน้าท้อง
    โพรไบโอติกบางประเภทสามารถช่วยป้องกันการดูดซึมไขมันอาหารในลำไส้ได้ ทำให้ไขมันนั้นถูกขับออกมาทางอุจจาระแทนที่จะเก็บไว้ในร่างกาย ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักและไขมันสะสมในหน้าท้อง อีกทั้งโพรไบโอติกยังสามารถเพิ่มฮอร์โมนอย่าง GLP-1 ที่ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น และเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้นอีกด้วย

จะเห็นได้ว่า โพรไบโอติกมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ด้วยกัน ซึ่งในแต่ละสายพันธุ์ก็มีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป บางสายพันธุ์ก็ช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหาร ในขณะที่อีกสายพันธุ์ก็จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันอื่น ๆ ภายในร่างกาย เรียกได้ว่าโพรไบโอติกสามารถช่วยควบคุมระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายได้อย่างครอบคลุม และช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สำหรับใครที่กำลังมองหาโพรไบโอติกที่อุดมไปด้วยสารสกัดคุณภาพสูง เรามีพร้อมให้คุณทาน Holista สินค้านำเข้าจาก USA !

โพรไบโอติก Holista

Holista ไฟเบอร์ดีท็อกลำไส้สูตรลิขสิทธิ์เฉพาะที่มีงานวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีส่วนผสมของทั้งพรีไบโอติกและโพรไบโอติก ผสานนวัตกรรม Synbiotic Fiber Detox พร้อมสารสกัดเกรดพรีเมี่ยมมากถึง 22 ชนิด พร้อมเข้าไปฟื้นฟูระบบขับถ่ายและระบบย่อยอาหารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งมีงานวิจัยรับรองมากถึง 24 ฉบับ

Holista จะช่วยปรับสมดุลลำไส้ ฟื้นฟูลำไส้ ดูดซับสิ่งสกปรกและสารพิษในลำไส้ ล้างของเสียที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ได้อย่างหมดจด ลดอาการท้องอืด กรดไหลย้อน ทำให้ขับถ่ายได้อย่างเป็นระบบ

มั่นใจได้ว่า ปลอดภัย เห็นผลลัพธ์จริง ช่วยปรับสมดุลลำไส้และฟื้นฟูระบบการย่อยอาหารแบบครบวงจร ดูแลครบ จบในซองเดียว ! คลิกเลยโปร 1 แถม 1

พรีไบโอติก (Probiotics) และ พรีไบโอติก (Prebiotics) แตกต่างกันอย่างไร?

พรีไบโอติก (Probiotics) และ พรีไบโอติก (Prebiotics) แตกต่างกันอย่างไร?

รู้หรือไม่ว่าภายในลำไส้ของเรานั้นเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่จะคอยสร้างระบบนิเวศอย่าง ไมโครไบโอม (Microbiome) ที่เป็นส่วนช่วยทำให้เกิดความสมดุลของระบบทางเดินอาหาร จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าหากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีสุขภาพดีขึ้นเท่าไร ร่างกายคุณก็จะยิ่งมีสุขภาพดีขึ้นเท่านั้น

หลายคนน่าจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า “You are what you eat” หรือ รับประทานอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ซึ่งไม่ใช่แค่ประโยคคลาสสิคที่มักใช้เตือนใจทุกคนให้สนใจดูแลสุขภาพ แต่ทุกคนต้องจำเตือนใจไว้ให้ดี เพราะอาหารที่คุณรับประทานเข้าไปนั้นจะกลายเป็นอาหารให้กับจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กทั้งหลายในร่างกายของคุณด้วย!

จะเห็นได้ว่ากุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ไมโครไบโอมแข็งแรงได้ก็คือ การทานอาหารที่จะช่วยปรับความสมดุลระหว่างแบคทีเรียทั้งดีและไม่ดีเกือบ 1,000 สายพันธุ์ในลำไส้ของคุณ ที่สำคัญจะต้องเป็นอาหารที่จุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กทั้งหลายชื่นชอบมันอีกด้วย แต่จะมีอาหารประเภทไหนที่คอยเป็นตัวช่วยได้บ้างล่ะ ?

แน่นอนว่า โพรไบโอติก (Probiotics) และพรีไบโอติก (Prebiotics) เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากในเรื่องของสุขภาพลำไส้ เพราะสามารถเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีชีวิตเข้าไปในลำไส้ของคุณ และช่วยให้จุลินทรีย์ที่มีอยู่นั้นเติบโตอย่างดีด้วยการให้อาหารที่พวกเขาชอบ ซึ่งอาหารทั้งสองตัวนี้จะช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติและเกิดสมดุลในระบบทางเดินอาหารในระยาวช

แต่ ๆ มีใครสงสัยไหมว่าโพรไบโอติกและพรีไบโอติกนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วต้องรับประทานแบบไหนจะมีประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายได้มากที่สุด วันนี้เรามีคำตอบ!

โพรไบโอติก (Probiotics) คืออะไร ?

โพรไบโอติก เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่จัดว่าเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ชนิดดี สามารถทนต่อกรดและด่าง รวมถึงต่อต้านหรือกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ไม่ดีอื่น ๆ ได้ดี โดยเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะช่วยให้เกิดความสมดุลทั้งระบบของร่างกาย ซึ่งอาหารที่พบโพรไบโอติกได้มากที่สุดคือ “โยเกิร์ต” เพราะเป็นการหมักนมที่มีแบคทีเรียต่าง ๆ

โพรไบโอติก นมเปรี้ยว

ยกตัวอย่างอาหารหมักดองที่มีโพรไบโอติก เช่น นมเปรี้ยว กะหล่ำปลีดอง คอมบูชา ผักดอง และกิมจิ แต่ถ้าใครไม่ชอบทานอาหารหมักดอง อาหารเสริมโพรไบโอติกที่รวมจุลินทรีย์มากมายหลายสายพันธุ์ก็ถือว่าตอบโจทย์ เพราะสามารถช่วยปรับสมดุลในระบบขับถ่ายและระบบทางเดินอาหารได้ดีเช่นเดียวกัน

พรีไบโอติก (Prebiotics) คืออะไร ?

พรีไบโอติก เป็นสิ่งไม่มีชีวิต หรือเป็นเส้นใยพืชชนิดพิเศษ ซึ่งร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้ที่ลำไส้เล็ก แต่สามารถย่อยเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ได้ในรูปแบบที่ไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้ถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียโพรไบโอติกได้โดยตรง พรีไบโอติกจึงเปรียบเสมือนเป็นปุ๋ยที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดีในลำไส้

ถ้าให้กล่าวง่าย ๆ คือ พรีไบโอติกเป็นอาหารของโพรไบโอติก หากรับประทานอาหารจำพวกพรีไบโอติกอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยส่งเสริมฤทธิ์โพรไบโอติกส์ได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง ส่วนมากมักจะพบในหัวหอม กระเทียม ถั่วเหลือง ถั่วแดง ไฟเบอร์ในผักและผลไม้ต่าง ๆ เป็นต้น

พรีไบโอติก ธรรมชาติ

ยกตัวอย่างอาหารที่มีเส้นใยพรีไบโอติกส์สูง ได้แก่ พืชตระกูลถั่ว, ข้าวโอ๊ต, กล้วย, เบอร์รี่, หน่อไม้ฝรั่ง, กระเทียม, หัวหอม, มันเทศ และอาหารเสริมพรีไบโอติกส์ต่าง ๆ ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป

โพรไบโอติก แตกต่างจากพรีไบโอติกอย่างไร ?

โพรไบโอติกเป็นจุลินทรีย์ที่มีชิวิต สามารถพบได้ในอาหารหรืออาหารเสริมบางชนิด ซึ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ในขณะที่พรีไบโอติกเป็นเส้นใยพืชชนิดพิเศษหรือเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อยเองได้ แต่จุลินทรีย์ในลำไส้สามารถย่อยได้ ทำให้เป็นอาหารชั้นดีที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้

ดังนั้นสรุปได้ว่าทั้งสองอย่างนี้มีความแตกต่างกันเพียงชนิดและลักษณะ หรือเปรียบง่าย ๆ คือ โพรไบโอติกจะช่วยเพิ่มทหารให้กับกองทัพในร่างกายคุณ ส่วนพรีไบโอติกส์จะให้การสนับสนุนอาหารที่ทหารเหล่านี้ต้องการ แต่โดยรวมแล้วสามารถสร้างความแข็งแกร่งของลำไส้ได้เหมือนกัน!

หากเรารับประทานอาหารทั้งสองชนิดนี้ร่วมกันจะยิ่งช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติและเกิดสมดุลในระบบทางเดินอาหาร ขับถ่ายง่าย บรรเทาอาการท้องผูกและท้องเสีย ช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดีอย่างยืนยาว

สำหรับใครที่กำลังมองหาทั้งโพรไบโอติกและพรีไบโอติก เรามีพร้อมให้คุณทาน Holista สินค้านำเข้าจาก USA !

Holista ไฟเบอร์ดีท็อกลำไส้สูตรลิขสิทธิ์เฉพาะที่มีงานวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีส่วนผสมของทั้งพรีไบโอติกและโพรไบโอติก ผสานนวัตกรรม Synbiotic Fiber Detox พร้อมสารสกัดเกรดพรีเมี่ยมมากถึง 22 ชนิด พร้อมเข้าไปฟื้นฟูระบบขับถ่ายและระบบย่อยอาหารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งมีงานวิจัยรับรองมากถึง 24 ฉบับ

Holista จะช่วยปรับสมดุลลำไส้ ฟื้นฟูลำไส้ ดูดซับสิ่งสกปรกและสารพิษในลำไส้ ล้างของเสียที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ได้อย่างหมดจด ลดอาการท้องอืด กรดไหลย้อน ทำให้ขับถ่ายได้อย่างเป็นระบบ 

มั่นใจได้ว่า ปลอดภัย เห็นผลลัพธ์จริง ช่วยปรับสมดุลลำไส้และฟื้นฟูระบบการย่อยอาหารแบบครบวงจร ดูแลครบ จบในซองเดียว ! คลิกเลยโปร 1 แถม 1

การดีท็อกซ์ ช่วยอะไรบ้าง มีปัญหาขับถ่ายต้องอ่านบทความนี้

ดีท็อกซ์ ช่วยอะไร

ปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย อึดอัดท้อง แน่นท้อง มีพุง มักเป็นปัญหาที่ใครหลาย ๆ คนต้องเผชิญ ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจเกิดจากพฤติกรรมการขับถ่ายที่ผิดปกติ การอั้นอุจจาระ และอื่น ๆ โดยวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักวิธีแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยวิธีการดีท็อกซ์แบบธรรมชาติที่ปลอดภัยค่ะ

ระบบขับถ่ายทำงานผิดปกติ ท้องผูก ของเสียสะสม เกิดจากอะไร?

ระบบขับถ่ายทำงานผิดปกติ แน่นท้อง อึดอัดท้อง ท้องผูก หรืออาการปวดท้อง เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ

  • พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็น การรับประทานอาหารผักผลไม้ที่มีกากใยน้อย การดื่มน้ำน้อย การไม่ออกกำลังกาย ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย หรือการกลั้นอุจจาระ ซึ่งอาจนำไปสู่อาการริดสีดวง รวมถึงมะเร็งลำไส้ได้ในอนาคต

 

  • การทำงานของลำไส้ที่ผิดปกติ เป็นอาการที่ลำไส้ใหญ่จะเคลื่อนไหวน้อยลง ทำให้อุจจาระเคลื่อนที่ช้ากว่าปกติ

 

  • การใช้ยาบางชนิดที่ส่งผลกระทบต่อระบบขับถ่าย เช่น ยารักษาอาการซึมเศร้า ยารักษาโรคพาร์กินสัน ยารักษาโรคอัลไซเมอร์ ยาลดความดันโลหิต ยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของมอร์ฟีน หรือยาลดกรดที่มีส่วนผสมของแคลเซียมและอะลูมิเนียม

ดีท็อกซ์คืออะไร?

Detoxification หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า Detox (ดีท็อกซ์) เป็นกระบวนการล้างสารพิษและสิ่งสกปรก จากอาหารหรือสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่สะสมตกค้างออกจากร่างกายของเรา เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดี ด้วยวิธีการที่ร่างกายไม่สามารถทำได้เองทั้งหมด

โดยปกติร่างกายจะสามารถกำจัดของเสียและสารพิษออกด้วยการขับของเสียผ่านทางปัสสาวะ อุจจาระ และเหงื่อ อยู่แล้ว แต่การดีท็อกซ์จะช่วยทำให้ขับของเสีย สิ่งตกค้างได้ดียิ่งขึ้น โดยการดีท็อกซ์สามารถทำได้ด้วยกันหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การรับประทานอาหารให้เหมาะสม การดื่มน้ำมะนาวร้อนในตอนเช้า การสวนล้างลำไว้ด้วยอุปกรณ์และน้ำเกลือ หรือการรับประทานอาหารเสริม เป็นต้น ซึ่งทุกวิธีล้วนมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยทั้งสิ้น แต่สำหรับการสวนล้างลำไส้นั้น คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการทำค่ะ

การดีท็อกซ์นั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากทำให้รู้สึกสบายตัว ไม่อึดอัดท้อง ไม่แน่นท้อง ช่วยกระตุ้นการขับถ่ายของเสียได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในผู้ที่มาอาการท้องผูกเป็นประจำ และมีปัญหาระบบขับถ่ายทำงานผิดปกติ นอกจากนี้การดีท็อกซ์ยังส่งผลดีต่อสุขภาพใจ ช่วยให้รู้สึกสดชื่น ลดความเครียด และปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุลอีกด้วย

ดีท็อกซ์ช่วยในเรื่องอะไร?

  • ช่วยแก้ไขปัญหาระบบขับถ่ายทำงานผิดปกติ ปัญหาท้องผูก หรืออุจจาระไม่ออก

 

  • ช่วยบรรเทาอาการลำไส้แปรปรวน

 

  • ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดริดสีดวง และมะเร็งลำไส้ในอนาคต

 

  • ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

 

  • ช่วยให้รู้สึกสดชื่น ลดความเครียด

 

  • ช่วยปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุล
    อาจมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้

ดีท็อกซ์ลำไส้ ควรทำบ่อยแค่ไหน?

เนื่องจากร่างกายของคนเรามีระบบกำจัดของเสียและสารพิษอยู่แล้ว การทำดีท็อกซ์ด้วยวิธีธรรมชาติง่าย ๆ อย่าง การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รับประทานผักผลไม้ที่มีกากใย หลีกเลี่ยงอาหารย่อยยาก จึงเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติเป็นประจำต่อเนื่องค่ะ

แต่สำหรับผู้ที่ไม่ชอบรับประทานผักผลไม้ อาหารที่มีกากใย และไม่อยากทำการสวนลำไส้ สามารถพิจารณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดีท็อกซ์ลำไส้ที่มีอยู่ในท้องตลาดได้

โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะประกอบไปด้วยพรีไบโอติกและโพรไบโอติกซึ่งเป็นตัวช่วยในการดีท็อกซ์ร่างกาย ปรับสมดุลให้กับระบบขับถ่าย ช่วยให้ขับถ่ายอุจจาระได้ง่ายขึ้น และไม่มีของเสียและสารพิษตกค้างภายในลำไส้

โดยคุณสามารถทำเองที่บ้านได้ง่าย ๆ ภายใต้การแนะนำการใช้งานของผลิตภัณฑ์ค่ะ

ดีท็อกซ์ตัวไหนดี?

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับการดีท็อกซ์ลำไส้นั้นมีให้เลือกหลากหลาในท้องตลาด แตกต่างกันที่ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการกำจัดของเสียและสารพิษในร่างกายได้ โดยคุณควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับวัตถุประสงค์หลักของคุณ เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรองจากอย. ผ่านมาตรฐานระดับสากล เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพค่ะ

ดีท็อกซ์ ช่วยอะไร

Holista ไฟเบอร์ดีท็อกลำไส้สูตรลิขสิทธิ์เฉพาะที่มีงานวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีส่วนผสมของทั้งพรีไบโอติกและโพรไบโอติก ผสานนวัตกรรม Synbiotic Fiber Detox พร้อมสารสกัดเกรดพรีเมี่ยมมากถึง 22 ชนิด ส่งตรงเข้าฟื้นฟูระบบขับถ่ายและระบบย่อยอาหารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มาพร้อมกับงานวิจัยรับรองมากถึง 24 ฉบับ ได้รับการรับรองจาก อย. และผ่านมาตรฐาน GMP และ HACCP ระดับสากล จึงมั่นใจได้ว่า ปลอดภัย เห็นผลลัพธ์จริง ช่วยปรับสมดุลลำไส้และฟื้นฟูระบบการย่อยอาหารแบบครบวงจร ดูแลครบ จบในซองเดียว !

เจาะลึก พรีไบโอติก อาหารสําหรับจุลินทรีย์ในลําไส้

พรีไบโอติก

ในปัจจุบัน หลาย ๆ คนเริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและระบบทางเดินอาหาร ที่ส่งผลทำให้ร่างกายแข็งแรง และหนึ่งในอาหารที่เป็นที่นิยมและมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพของระบบทางเดินอาหารของเราคือ อาหารที่ประกอบไปด้วย พรีไบโอติก (Prebiotic) และ โพรไบโอติก (Probiotic) ซึ่งในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกเรื่อง พรีไบโอติก กันค่ะ !

พรีไบโอติก คืออะไร?

พรีไบโอติก (Prebiotic) เป็นเส้นใยอาหารชนิดพิเศษ เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อยเองได้ แต่จุลินทรีย์ในลำไส้อย่าง โพรไบโอติก (Probiotic) สามารถย่อยได้ โดยพรีไบโอติกนั้นถือว่าเป็นอาหารชั้นดีที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ ช่วยทำให้ลำไส้ทำงานได้เป็นปกติ

 

หน้าที่ของพรีไบโอติกนั้นจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ลดการอักเสบ ช่วยต้านโรคภัยต่าง ๆ รวมถึงช่วยระบบเผาผลาญของร่างกายอีกด้วย โดยเราสามารถพบพรีไบโอติกในอาหารประเภทผัก ผลไม้ หรือธัญพืชบางชนิด

 

พรีไบโอติกกับโพรไบโอติกแตกต่างกันอย่างไร?

โพรไบโอติกคือจุลินทรีย์ที่สามารถพบได้ในร่างกาย เป็นตัวช่วยที่ทำให้เกิดความสมดุลของระบบร่างกาย ช่วยให้การทำงานของระบบทางเดินอาหารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยดูดซึมอาหาร และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย


ในขณะที่พรีไบโอติกส์เป็นเส้นใยพืชชนิดพิเศษ ซึ่งทำหน้าที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์โพรไบโอติก เปรียบคล้ายกับปุ๋ยที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้


โดยการรับประทานทั้งพรีไบโอติกและโพรไบโอติกจะช่วยทำให้เกิดสมดุลในระบบทางเดินอาหาร รวมถึงช่วยระบบขับถ่ายของคุณให้เป็นปกติ


พรีไบโอติกช่วงเรื่องอะไรบ้าง?

  • พรีไบโอติกมีส่วนช่วยในการเพิ่มการดูดซึมแรธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัสของลำไส้ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมความหนาแน่นของกระดูก

 

  • พรีไบโอติกมีส่วนช่วยในการเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง
    พรีไบโอติกมีส่วนช่วยในการกระตุ้นระบบขับถ่าย ดูดซับสารพิษในทางเดินอาหาร ป้องกันอาการท้องเสีย ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร

 

  • พรีไบโอติกมีส่วนช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนัก ช่วยควบคุมการผลิตฮอร์โมนความหิว เพราะมีการผลิตสารสื่อประสาทสำหรับเชื่อมต่อลำไส้กับสมองซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ การรับรู้ความรู้สึกอิ่มและสบายท้อง

 

  • พรีไบโอติกมีส่วนช่วยเสริมสร้างการต้านการอักเสบของร่างกาย ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดี ช่วยลดการเกิดโรค ลดความเสี่ยง

พรีไบโอติกธรรมชาติมีอะไรบ้าง? อาหารพรีไบโอติก มีอะไรบ้าง?

อาหารพรีไบโอติกจากธรรมชาติจะเป็นอาหารที่ประกอบไปด้วยใยอาหารที่ถูกหมักและละลายน้ำได้สูง โดยสามารถจำแนกออกได้เป็น

  • น้ำตาลและออลิโกแซ็กคาไรด์ (Sugar and Oligosaccharides) ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง และเป็นกลุ่มพรีไบโอติกที่ใหญ่ที่สุด สามารถพบได้ในผักและผลไม้ เช่น กระเทียม บรอกโคลี นอกจากนี้ยังพบได้ในน้ำนมแม่อีกด้วย
 
  • น้ำตาลแอลกอฮอล์ (Sugar Alcohol) หรือที่รู้จักในชื่อ โพลิออลส์ (Polyols) มักจะถูกใช้เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลในอาหารหลายชนิด
    แป้งทนย่อย (Resistant Starch) เป็นแป้งที่ไม่ถูกย่อยและไม่ดูดซึมในลำไส้เล็ก แต่จะเข้าไปกระตุ้นการหมักจนได้ผลผลิตซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในร่างกาย
 
  • อินนูลิน (Inulin) ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติเหมาะกับการเป็นพรีไบโอติก มักพบในบริเวณหัวและรากของพืช เช่น กระเทียม ต้นหอม หอมใหญ่ หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วเหลือง ช่วยให้ร่างกายอิ่มนานขึ้น ลดคอเลสเตอรอล ควบคุมน้ำตาลในเลือด และช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่
 
  • เพกติน (Pectin) เป็นแป้งที่มีลักษณะคล้ายเจล พบได้ในผักและผลไม้ เช่น แครอท ถั่วเขียว แอปเปิ้ล ลูกพีช มะเขือเทศ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านมะเร็ง และเพิ่มความหลากหลายของจุลินทรีย์ในลำไส้
    โปรตีนและเพปไทด์ (Proteins and Peptides) เป็นกลุ่มพรีไบโอติกที่ได้จากอาหารประเภทโปรตีน สามารถพบได้จากการหลั่งของตับอ่อน หรือสร้างโดยแบคทีเรีย

พรีไบโอติกควรรับประทานตอนไหน?

พรีไบโอติกสามารถพบได้ในอาหารทั่วไปที่เรารับประทานกันในชีวิตประจำวัน ดังนั้นเราจึงสามารถรับประทานพรีไบโอติกธรรมชาติเหล่านี้ได้ตามมื้ออาหารในแต่ละวัน แต่หากเป็นอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของพรีไบโอติก ควรรับประทานตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ หรือตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญค่ะ

พรีไบโอติก ยี่ห้อไหนดีที่สุด?

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมพรีไบโอติกนั้นมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์พรีไบโอติกอย่างเดียว หรือผลิตภัณฑ์พรีไบโอติกที่มีส่วนผสมของโพรไบโอติกด้วย ซึ่งในแต่ละแบบนั้นจะเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป คุณควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับวัตถุประสงค์หลักของคุณ เพื่อผลลัพธ์ที่ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดค่ะ

พรีไบโอติก ยี่ห้อไหนดี

Holista ไฟเบอร์ดีท็อกลำไส้สูตรลิขสิทธิ์เฉพาะที่มีงานวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีส่วนผสมของทั้งพรีไบโอติกและโพรไบโอติก ผสานนวัตกรรม Synbiotic Fiber Detox พร้อมสารสกัดเกรดพรีเมี่ยมมากถึง 22 ชนิด ส่งตรงเข้าฟื้นฟูระบบขับถ่ายและระบบย่อยอาหารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มาพร้อมกับงานวิจัยรับรองมากถึง 24 ฉบับ จึงมั่นใจได้ว่า ปลอดภัย เห็นผลลัพธ์จริง ช่วยปรับสมดุลลำไส้และฟื้นฟูระบบการย่อยอาหารแบบครบวงจร ดูแลครบ จบในซองเดียว !

รวม 5 สูตร Detox ลำไส้ แบบธรรมชาติ

รวม 5 สูตร Detox ลำไส้ แบบธรรมชาติ

คำว่า Detox ลำไส้ อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับทุกคน และแม้ว่าใครหลายคนจะรู้กันอยู่แล้วว่า การดีท็อก ก็คือ การช่วยให้การขจัดสารพิษตกค้างในร่างกายที่เกิดจากการรับประทานอาหารต่าง ๆ เข้าไปได้ เพราะอย่าง พวกอาหารเนื้อสัตว์หรืออาหารอื่น ๆ ที่เราทานเข้าไป บางส่วนอาจจะไม่สามารถถูกย่อยได้ทั้งหมด จึงหลงเหลือและเกิดเป็นเมือกสะสมในลำไส้แล้วก่อให้เกิดสารพิษเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือดจนอาจเกิดอันตรายต่อร่างกาย หรืออาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาได้

Detoxลำไส้_ดีท็อกHolista_สูตรDetox_สูตรDetoxธรรมชาติ
สารตกค้างในสำไส้ อาจกลายเป็นสารพิษเข้าสู่ร่างกายได้ เพราะเหตุนี้ Detoxลำไส้ จึงจำเป็น!

และแม้จะรู้ว่า การดีท็อกคืออะไร แต่เราเองก็ยังเชื่อว่า ยังมีอยู่อีกหลายคนที่ยังไม่เคยได้ลองทำ Detox ลำไส้ เลยสักครั้งในชีวิต เพราะอาจจะกลัว อาจจะคิดว่าไม่จำเป็นต้องทำซักหน่อย หรืออาจจะเข้าใจว่าการ ดีท็อกลำไส้ อาจจะเป็นขั้นตอนทางการแพทย์ที่ดูจะยุ่งยากและวุ่นวาย แต่บอกเลยว่าตอนนี้ ก็ได้มีวิธี Detox ลำไส้ แบบธรรมชาติอื่นๆ เข้ามาเพื่อช่วยให้ชีวิตของพวกเราง่ายขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นลองมาทำความรู้จัก Detox แต่ละประเภทกันก่อน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจกับคำว่า Detox ลำไส้ ได้ดียิ่งขึ้นกัน

ประเภทของ Detox ลำไส้ ในปัจจุบัน

รูปแบบการสวนล้างลำไส้

รูปแบบรับประทาน

ส่วนวิธีนี้ เป็นวิธีที่กำลังได้รับความนิยมมากในช่วงนี้เลย เพราะค่อนข้างง่ายและสะดวกสบายกับคนยุคใหม่การ Detox ลำไส้ ด้วยการวิธีรับประทานอาหารนี้ จะเป็นการเหมือนการไปช่วยกระตุ้นให้ร่างกายขับของเสีย ที่อยู่ภายในลำไส้ให้ขับถ่ายออกมาได้ง่ายยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ เช่น พวก สูตรน้ำผักผลไม้ดีท็อก อาหารเสริมแบบต่างๆ ฯลฯ แต่การใช้วิธีนี้อาจจะต้องระมัดระวังเลือกสรรสิ่งที่เราจะทานอยู่เสมอนะคะ อย่าง ควรเลือกทานอาหารเสริมที่มีความน่าเชื่อถือ และได้รับรองจาก อย. แล้ว เลือกอาหารเสริม ที่มีวางขายตามห้างร้านหรือร้านขายยาแนะนำเท่านั้น และควรอ่านฉลาก และปรึกษาเภสัชกรให้ถี่ถ้วนก่อนใช้เสมอค่ะ

แจก 5 สูตร Detox ลำไส้ แบบธรรมชาติ

หากใครยัง กลัว หรือ ยังหาเวลาเข้าไปนอนดีท็อกลำไส้ยังไม่ได้ ลองมาใช้ การ Detox ลำไส้ แบบที่รับประทานกันก่อนดีกว่า ลองเริ่มต้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ที่เป็นอีกทางที่จะช่วยล้างพิษ และฟื้นฟูสุขภาพลำไส้ใหญ่ของเราได้ รอบนี้เราขอแนะนำกับ 5 สูตร Detox ลำไส้ ที่จะมาช่วย ล้างสารพิษ แบบวิธีธรรมชาติๆ ที่ปลอดภัย ทำกินเองได้ และไม่อันตรายแน่นอน

สูตร Detox ลำไส้ สูตรที่ 1

Detoxลำไส้_ดีท็อกHolista_สูตรDetox_สูตรDetoxธรรมชาติ
สูตร Detoxลำไส้ ด้วย น้ำมะนาว

เมนู น้ำมะนาว
เริ่มกันที่ สูตรที่ง่ายที่สุดกันเลยดีกว่า ถึงจะเป็นเมนูที่ง่ายแต่กลับได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อเลยแหละค่ะ สำหรับเมนู น้ำมะนาว Detoxลำไส้ นี้ ยิ่งหากได้ดื่มหลังตื่นนอนให้ได้ต่อเนื่องกันทุกวัน ไม่นานคุณจะรูู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่อาทิตย์แรก และรับรองเลยว่า ทั้งสุขภาพภายในและผิวพรรณภายนอกจะดีขึ้นไปโดยที่คุณและคนรอบข้างสังเกตได้เลยล่ะค่ะ

ส่วนผสม
– มะนาวครึ่งลูก
– น้ำเปล่า 2-4 แก้ว

วิธีทำ
1. ผ่ามะนาวตามแนวนอนครึ่งลูก
2. บีบน้ำมะนาวที่หั่นไว้ใส่ลงในน้ำอุ่น จากนั้นคนให้เข้ากัน แล้วดื่มทันที

NOTE : โดยแนะนำให้ดื่มเป็นอย่างแรกหลังตื่นนอน และควรดื่มก่อนรับประทานอาหารเช้าจะช่วยให้ขับถ่ายได้คล่องยิ่งขึ้นค่ะ

สูตร Detox ลำไส้ สูตรที่ 2

Detoxลำไส้_ดีท็อกHolista_สูตรDetox_สูตรDetoxธรรมชาติ
สูตร Detoxลำไส้ ด้วย น้ำเม็ดแมงลัก

เมนู น้ำเม็ดแมงลัก
มาต่อกันที่เมนูที่ 2 อย่าง น้ำเม็ดแมงลัก ใครหลายคนอาจจะรู้สรรพคุณของเม็ดแมงลักกันมาอยู่พอสมควรแล้วว่า ในเม็ดแมงลักเนี่ย มีกากใยอาหารที่ช่วยกระตุ้นประสาทรอบๆ ลำไส้ ทำให้เกิดความรู้สึกอยากถ่าย และความพิเศษนอกจากนั้นคือ เค้ายังช่วยดูดซับไขมันไม่ดี (LDL-cholesterol) ให้ขับออกมาพร้อมกับอุจจาระอีกด้วยนะ เรียกได้เลยว่า ได้ประโยชน์คูณสองกันเลยทีเดียวค่ะ แบบนี้คงต้องรีบไปหาวัตถุดิบมาทำ น้ำเม็ดแมงลักทานแล้วล่ะ

ส่วนผสม
– เม็ดแมงลัก 2 ช้อนชา
– น้ำอุ่น 1 แก้ว

วิธีทำ
1. ล้างเม็ดแมงลักผ่านตะแกรงให้สะอาด
2. แช่เม็ดแมงลักในน้ำอุ่นประมาณ 30 นาทีให้พองเต็มที่
3. เมื่อเม็ดแมงลักพองเต็มที่แล้ว ก็สามารถดื่มได้เลยทันที

NOTE : ดื่มก่อนนอนสัก 1-2 ชั่วโมง และสามารถดื่มได้ทุกวัน หรือจะดื่มอาทิตย์ละ 3-4 วันก็ได้ แล้วแต่สะดวก

สูตร Detox ลำไส้ สูตรที่ 3

Detoxลำไส้_ดีท็อกHolista_สูตรDetox_สูตรDetoxธรรมชาติ
สูตร Detoxลำไส้ ด้วย โยเกิร์ตนมน้ำผึ้งมะนาว

เมนู โยเกิร์ตนมน้ำผึ้งมะนาว

ใครทีชอบทานโยเกิร์ตต้องชอบเมนูนี้แน่ เพราะเค้ามีโยเกิร์ตเป็นส่วนผสมหลักในนี้เลย แถมเมนูนี้ก็รสชาติดีใช้ได้ กินง่ายเลยทีเดียวค่ะ แต่ถ้าใครที่เป็นคนธาตุเบา อาจจะต้องระวังนิดนึง เพราะเมนูนี้อาจจะเป็นยาระบายอ่อนๆ ของคุณได้ เพราะมีทั้ง มะนาว+โยเกิร์ตผสมอยู่ด้วยกัน แต่ถ้าหากใครยังไม่เคยลองแล้วอยากลองทำเมนูนี้ดู แนะนำให้ทำช่วงวันหยุด ช่วงที่มีเวลาก่อนออกจากบ้านอย่างน้อย 40 นาที จะเข้าห้องน้ำได้สะดวกนั่นเองค่ะ

ส่วนผสม
– โยเกิร์ตรสธรรมชาติครึ่งถ้วย
– มะนาวครึ่งลูก
– น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
– นมสดรสจืด 1 กล่อง

วิธีทำ

  1. บีบน้ำมะนาวใส่แก้ว ตามด้วยน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา หรือประมาณ 1/3 ของช้อนโต๊ะ
  2. ใส่โยเกิร์ตลงไปครึ่งถ้วย
  3. สำหรับนมสด หากแช่เย็นมาควรนำไปอุ่นให้หายเย็น แล้วเทลงในแก้วเป็นลำดับสุดท้าย
  4. คนให้เข้ากันจนกระทั่งน้ำผึ้งไม่ติดช้อน ก็ดื่มได้ทันที

NOTE : หลังจากดื่มเมนูนี้แล้ว แนะนำว่าให้ดื่มน้ำอุ่นตามอีกสักครึ่งแก้ว โดยดื่มเป็นอย่างแรกหลังตื่นนอน จะช่วยกระตุ้นการขับถ่าย เหมาะกับคนที่ท้องผูกบ่อยๆ ค่ะ

สูตร Detox ลำไส้ สูตรที่ 4

Detoxลำไส้_ดีท็อกHolista_สูตรDetox_สูตรDetoxธรรมชาติ
สูตร Detoxลำไส้ ด้วย น้ำหมักผลไม้ดีท็อก

เมนู น้ำหมักผลไม้ดีท็อก

มาถึงเมนูที่ 4 กันแล้ว กับ น้ำหมักผลไม้ ต้องบอกเลยว่าสูตรนี้ถึงจะมีส่วนผสมเยอะ ทั้งผักและผลไม้ ใครที่กลัวว่าทำออกมาแล้วจะ ไม่กล้าทาน แต่บอกเลยว่ากลิ่นเค้าสดชื่น ไม่ต้องกลัวเลย แถมกลิ่นนี้ก็กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกดื่มง่ายด้วย สรรพคุณก็แน่นเหมือนส่วนผสมเลย เพราะทั้งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหลอดเลือด ลดไขมัน เสริมภูมิต้านทาน และช่วยดีท็อกลำไส้ให้ถ่ายง่ายด้วย ดีขนาดนี้ไม่ลองทำดูก็ถือว่าพลาดแล้วล่ะค่ะ

ส่วนผสม

– น้ำสะอาด 1 ลิตร
– เลมอน 1 ลูก
– มะนาว ครึ่งลูก
– สตรอว์เบอร์รี่สไลด์ 5 ลูก หรือส้มหั่นแว่น 1 ลูก
– แตงกวา 3-4 ลูก
– มิ้นต์ หรือใบสะระแหน่ 3- 4 ใบ

วิธีทำ
1. นำผักผลไม้ที่เตรียมไว้ใส่ในขวดน้ำ
2. ใส่น้ำลงไป

  1. จากนั้นปิดฝาใส่ตู้เย็น แช่ 2 ชม. แล้วนำมาดื่มได้เลย หากน้ำพร่องไปครึ่งหนึ่งสามารถเติมน้ำเข้าไปใหม่ได้

NOTE : และไม่ควรแช่เกิน 12 ชม.เพราะผักผลไม้อาจเสีย เกิดเชื้อโรคได้ และควรล้างผักและผลไม้ให้สะอาดปลอดสารพิษก่อนเสมอค่ะ

สูตร Detox ลำไส้ สูตรที่ 5

Detoxลำไส้_ดีท็อกHolista_สูตรDetox_สูตรDetoxธรรมชาติ
Detoxลำไส้ ล้างสารพิษ ตัวเด็ดจาก‘ HOLISTA Probiotic Fiber Detox

เมนู Probiotic Fiber Detox

มาถึง สูตรสุดท้าย เราขอแนะนำเป็น สูตร Detox ลำไส้ แบบอาหารเสริมกันบ้าง โดยไม่ต้อง ล้างผักไม่ต้อง กะสูตร ลงเครื่องปั่นให้วุ่นวายแล้วล่ะค่ะ นั่นก็คือ ดีท็อกลำไส้ จาก ‘ HOLISTA Probiotic Fiber Detox ’ ตัวนี้คือ ตัวช่วยดีท็อกลำไส้ ล้างสารพิษต่างๆ ที่ได้รับการรับรองแล้วว่า สามารถช่วยดีท็อกลำไส้ ล้างสารพิษต่างๆ ที่สะสมภายในร่างกายไปพร้อมๆ ปรับสมดุลระบบภายในร่างกายให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพจริง ด้วยฮีโร่ตัวเด่นของสูตร Detox ลำไส้ นี้ที่จะมาช่วย การควบคุมอาการต่างๆ ในระบบขับถ่าย อย่าง “จุลินทรีย์ PROBIOTIC ” ซึ่งใน HOLISTA เค้าได้นำเข้า จุลินทรีย์สายพันธุ์พิเศษ จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่จะมาช่วยในการฟื้นฟูระบบลำไส้ได้มากกว่าจุลินทรีย์ทั่วไป ถึง 90% เลย หรือให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ จุลินทรีย์ชนิดนี้ มีประสิทธิภาพมากกว่าจุลินทรีย์ในโยเกิร์ตถึง 100 เท่าเลยแหละค่ะ

ส่วนผสม

สารสกัดจากธรรมชาติ 100% ได้รับการรับรองจาก อย. และมาตรฐานระดับสากล

  • ทับทิม
  • เมลอน
  • อเซโรล่า
  • เชอร์รี่
  • แครนเบอร์รี่
  • เมล็ดองุ่น
  • ชาเขียว
  • Co Q10
  • L-Glutathione
  • Pine Bark

วิธีทำ

  1. ฉีกซองผสมน้ำธรรมดา หรือน้ำเย็น ปริมาณ 150-200 มล.
  2. คนส่วนผสมให้เข้ากัน
  3. เมื่อส่วนผสมละลายเข้ากันกับน้ำแล้ว ก็สามารถดื่มได้เลยทันที

NOTE :

  • แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าตามอีก 1 แก้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของในการทำงาน
  • ดื่มก่อนนอน อย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  • ช่วงเวลาที่แนะนำคือช่วง 20.00-22.00 น. เพื่อให้สอดคล้องกับระบบการทำงานของร่างกาย

เป็นยังไงบ้างคะ กับ 5 สูตร Detox ลำไส้ แบบธรรมชาติ ที่เราเอามาแนะให้ คนที่กำลังมองหา Detox ลำไส้ ล้างสารพิษอยู่ แต่ละสูตรก็ใช้วัตถุดิบที่หาได้ไม่ยากทั้งนั้นเลย ใครที่กลัวจะเบื่อก็ทำสลับสับเปลี่ยนเมนูไปมาตามความต้องการได้เลย และถ้าหากอยากให้ได้ผลดียิ่งขึ้นล่ะก็ลองทานคู่กับ ‘ HOLISTA Probiotic Fiber Detox ’ เพื่อกระตุ้นลำไส้ให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น และควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย แค่นี้สุขภาพของคุณก็จะแข็งแรงและดียิ่งขึ้นตั้งแต่ภายในออกมาสู่ภายนอกแล้วล่ะค่ะ เพราะ ‘สุขภาพดีเริ่มที่ตัวเราเอง

แนะนำ ไฟเบอร์ดีท็อก ของดีต้องบอกต่อ

แนะนำ ไฟเบอร์ดีท็อก ของดีต้องบอกต่อ

แม้ว่าเราจะสามารถขับถ่ายได้เองเป็นปกติ ไม่มีภาวะท้องผูกมากวนใจ หรือจะพยายามดูแลตัวเอง ด้วยการเลือกทานอาหารที่มีประโยนช์ต่อร่างกายแล้วนั้น แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า ระบบขับถ่ายของเรานั้น ยังสะอาดและสุขภาพดีอยู่ ??

บอกเลยว่า ระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่าย เป็นอีกหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการที่จะส่งผลต่อสุขภาพของเราโดยตรงเลยแหละ ซึ่งเรื่องนี้เองที่ใครหลายๆ คน มักยังมองข้ามไป วันนี้เราเลยอยากจะมาอธิบาย เกี่ยวกับข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องของการดีท็อกซ์ลำไส้ด้วย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่าง “ไฟเบอร์ดีท็อก” (ลดพุงดีท็อกลำไส้! เลือกกิน ‘ Probiotic ’ และ ‘ Prebiotic ’ อย่างไร ให้ถูกวิธีและเห็นผล?) ที่ช่วยทำความสะอาดลำไส้ ชะล้างสารพิษและสิ่งตกค้างในระบบขับถ่ายและระบบทางเดินอาหารให้กลับมามีสุขภาพดีมาฝากคนรักสุขภาพให้เก็บไว้เป็นความรู้กัน

“ไฟเบอร์ดีท็อก” คืออะไร ??

ไฟเบอร์ดีท็อก_คืออะไร__FiberDetox
ไฟเบอร์ดีท็อก(FiberDetox) คืออะไร

ไฟเบอร์ ก็คือ เส้นใยอาหาร ที่อยู่ส่วนของโครงสร้างของพืช เช่น กิ่ง ก้าน เมล็ด นั่นเองค่ะ เมื่อเราทาน ไฟเบอร์ เข้าไป แล้ว พวกไฟเบอร์เหล่านี้ จะเป็นส่วนช่วยในการทำงานของลำไส้ ช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้ดี ซึ่งนั่นถือเป็นการดีท็อกซ์อย่างหนึ่งนั่นเองค่ะ ฉะนั้นการทานอาหารที่มีไฟเบอร์มากๆ จะช่วยให้ร่างกายดีท็อกซ์ของเสียออกมาได้มากเช่นกัน ทั้งยังช่วยกวาดสิ่งสกปรกออกจากลำไส้ รวมถึงไขมันและกากอาหารที่ตกค้างออกมาได้ดีด้วย และนอกจากการดีท็อกซ์แล้วไฟเบอร์ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย!

ซึ่งปัจจุบัน ก็ได้มี ไฟเบอร์ดีท็อก ในรูปแบบอาหารเสริม ที่ทานง่ายและสะดวกต่อคนยุคใหม่ออกมามากขึ้น เพื่อที่ช่วยกระตุ้นการขับของเสียที่อยู่ภายในลำไส้ออกมาได้โดยไม่ต้องพึ่งไปทำดีท็อกถึงโรงพยายาบาลเลย เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาถ่ายยาก ท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายไม่เป็นเวลา หรือรวมไปถึงคนไม่เคยดีท็อกลำไส้มาก่อนเลย แต่ใครที่กำลังหาไฟเบอร์ดีท็อกอยู่ล่ะ ควรเลือกไฟเบอร์ดีท็อกที่ปลอดภัย ตรงตามมาตรฐานของอย. กำหนดไว้ด้วยนะคะ

ลักษณะแบบไหนที่ต้องทาน “ไฟเบอร์ดีท็อก” ??

อย่างที่ได้บอกไปตั้งแต่ต้นว่า ไม่ใช่คนที่อยู่ในภาวะท้องผูก หรือมีปัญหาในการขับถ่าย (5 วิธีแก้อาการท้องผูกมาก) เท่านั้น คนที่ไม่เคยดีท็อกลำไส้มาก่อนก็อาจจะมีภาวะเสี่ยงที่จะมีสิ่งตกค้างในลำไส้เราได้ เช่นกัน ดังนั้น ลองมาเช็กพฤติกรรมคนที่เข้าข่ายควรที่จะต้องหาไฟเบอร์ดีท็อกมาทาน หากมีพฤติกรรมเสี่ยงแบบนี้อยู่ต้องหา ไฟเบอร์ดีท็อกมาทานกันบ้างแล้วล่ะค่ะ

ไม่ทานผัก ผลไม้เลย

คนที่ไม่ชอบทานผัก ผลไม้ เนี่ยแหละค่ะ เข้าข่ายเลยแหละ เพราะพวกใยอาหารผัก ผลไม้รวมถึงพวกธัญพืชไม่ขัดสี มีความสำคัญต่อระบบทางเดินอาหารในร่างกาย โดยทำหน้าที่เก็บกวาดเศษอาหารภายในลำไส้ ช่วยให้อุจจาระจับตัวเป็นก้อนและง่ายต่อการขับถ่าย แต่ด้วยกิจวัตรเราอาจจะทำให้เราเลี่ยงไม่ได้ อาจจะทำให้เราทานแต่ข้าวขัดขาว ขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารอื่นๆ ที่ไม่มีพวกไฟเบอร์ดีท็อกเลย มีความเสี่ยงที่มีอาการขับถ่ายยาก หรือรวมไปถึงโรคท้องผูกได้

ดื่มน้ำน้อย

คนที่ดื่มน้ำน้อย หรือดื่มน้ำไม่เพียงพอ ต้องรู้ไว้เลยว่า น้ำที่เราดื่มเข้าสู่ร่างกาย มีบทบาทสำคัญช่วยให้อุจจาระอ่อนตัวและเคลื่อนออกจากลำไส้ได้ง่ายมากขึ้นด้วยนะ ในวันนึงเราอาจจะทำงานจนลืมดื่มน้ำให้เพียงพอ แถมยังต้องนั่งอยู่ในห้องแอร์ที่มีอากาศแห้ง ส่งผลทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อปริมาณน้ำในร่างกายไม่เพียงพอ ไม่สามารถดูดซึมไปที่ระบบขับถ่ายได้ อุจจาระทำให้จึงแข็ง และขับถ่ายลำบากได้

ภาวะเครียด

แม้ว่า ความเครียด จะเกี่ยวข้องกับระบบประสาท แต่ระบบประสาทอัตโนมัติเนี่ยแหละค่ะ ก็เป็นตัวที่ทำงานควบคุมอวัยวะภายในร่างกายรวมไปถึงระบบขับถ่ายด้วย ดังนั้นจะเห็นได้ว่า คนที่มีอาการเครียดและประสบกับภาวะเครียดเป็นประจำ มักจะมีปัญหาร่วมกับ โรคท้องผูกเรื้อรัง ด้วย

กลั้นอุจจาระบ่อยๆ

วิถีชีวิตที่เร่งรีบอาจจะทำให้เราไม่มีเวลาขับถ่ายได้เป็นระบบมากนัก ส่งผลทำให้ร่างกายไม่สามารถขับถ่ายได้อย่างถูกวิธี พอเมื่อถึงเวลาที่ร่างกายต้องการขับถ่ายออก ดันขับถ่ายไม่ได้ และหากเป็นเช่นนี้ รวมไปถึงการกลั้นอุจจาระบ่อยๆ ครั้งเข้า อาจจะทำให้เส้นประสาทรอบทวารหนักอาจเกิดอาการชินชา เมื่อมีอุจจาระมากระตุ้นก็ไม่ส่งสัญญาณให้เราการขับถ่าย ส่งผลทำให้กลายเป็นโรคท้องผูกเรื้อรังได้นั่นเองค่ะ

ทานยาระบายเป็นประจำ

ยาระบายมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ช่วยให้ขับถ่ายสะดวกเหมือน ไฟเบอร์ดีท็อก ก็จริง แต่หากเมื่อเราใช้ยาระบายเพื่อเป็นทางออกในการขับถ่ายเป็นประจำ ก็อาจทำให้ลำไส้คุ้นชินต่อการกระตุ้น และเมื่อหยุดใช้ ลำไส้จะไม่สามารถขับถ่ายตามปกติ และจำเป็นต้องใช้ยาทุกครั้งเพื่อกระตุ้นให้ขับถ่าย และนานไปอาจจะส่งผลให้ดื้อยาได้นั่นเองค่ะ

ไฟเบอร์ดีท็อก ของดีต้องบอกต่อ

เข้าข่าย ต้องหาไฟเบอร์มาทานกันหลายคนเลยใช่มั้ยคะ รู้แบบนี้แล้วจะอยู่เฉยนิ่งนอนใจไม่ได้แล้ว ต้องหาไฟเบอร์ดีท็อกมาช่วยขับของเสียออกไปแล้วล่ะค่ะ และสำหรับใครที่มองหา ไฟเบอร์ดีท็อกลำไส้ดีๆ สักตัว รอบนี้เราก็มีมาแนะนำบอกต่อกันให้ด้วย

ไฟเบอร์ดีท็อก ‘ HOLISTA Probiotic Fiber Detox ’ ของดีต้องบอกต่อ

ไฟเบอร์ดีท็อก_ดีท็อกHolista_FiberDetox
ไฟเบอร์ดีท็อก_ดีท็อกHolista_FiberDetox

ที่สะสมภายในร่างกายไปพร้อมๆ ปรับสมดุลระบบภายในร่างกายให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

และนี่ก็คือ ไฟเบอร์ดีท็อกลำไส้ ‘ HOLISTA Probiotic Fiber Detox ’ ที่เราอยากมาบอกต่อให้ทุกคนได้รู้จักกัน ที่แนะนำตัวนี้ก็เพราะเค้ามีผลวิจัยรับรองส่วนผสมจาก Wageningen Academic Publishers จากประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าส่วนผสมต่างๆ ที่สกัดจากธรรมชาติ 100% และมี อย. รับรองอย่างถูกต้องแถมยังผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากลแล้วอีกด้วย แถมมีวางขายตามร้านขายแนะนำทั่วไป มั่นใจหายห่วงได้เลย และสามารถช่วยดีท็อกลำไส้ ล้างสารพิษต่างๆ ที่สะสมภายในร่างกายไปพร้อมๆปรับสมดุลระบบภายในร่างกายให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพจริง

ส่วนผสมคุณภาพในไฟเบอร์ดีท็อก HOLISTA Probiotic Fiber Detox

ไฟเบอร์ดีท็อก แนะนำ > HOLISTA Probiotic Fiber Detox

นอกจากเรื่องความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานแล้วนั้น ‘ HOLISTA Probiotic ไฟเบอร์ดีท็อก (สูตรดีท็อกลำไส้) เค้ายังมี ส่วนผสมที่แน่นไปด้วยสรรพคุณที่ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย และชำระล้างสารสิ่งตกค้างในสำไส้ อยู่เยอะมากเลยทีเดียวค่ะไม่ว่าจะเป็น Probiotic จุลินทรีย์นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ที่ช่วยในเรื่องการฟื้นฟูระบบขับถ่ายและปรับสมดุลลำไส้ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เค้ายังผสาน สารสกัดสำคัญจากธรรมชาติ เช่น ทับทิม, เมลอน, อโซโรล่า เชอร์รี่, แครนเบอร์รี่, เมล็ดองุ่น, ชาเขียว, Co Q10, L-Glutathione และ Pine Bark รวมๆ แล้วมีสารสกัดพรีเมี่ยมที่อัดแน่นกันมากว่า 20 ชนิด ที่เข้ามาช่วยระบบขับถ่ายทั้งนั้นเลยค่ะ

 

ไฟเบอร์ดีท็อก_ดีท็อกHolista_FiberDetox_Probiotic
ไฟเบอร์ดีท็อก_ดีท็อกHolista_FiberDetox_Probiotic

เป็นยังไงบ้างคะ ข้อมูลความรู้ดีๆ เกี่ยวกับ ไฟเบอร์ และบอกต่อ ไฟเบอร์ดีท็อก ของดีพรีเมี่ยมที่เราเอามาแนะนำจากแบรนด์ HOLISTA รอบนี้ บอกเลยว่าของดีๆ แบบนี้ต้องมีไว้ติดไว้ซักคนละสองสามกล่องแล้วแหละค่ะว่ามั้ยคะ? อย่างที่บอกว่า ระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่ายเป็นองค์ประกอบที่ส่งผลต่อสุขภาพของเราโดยตรง อย่ารอให้ร่างกายแจ้งเตือนความผิดปกติออกมาก่อนที่จะสายเกินแก้ และอย่าปล่อยให้ความเคยชินและความละเลย ทำร้ายสุขภาพที่มีค่าของเราไป ปัญหาเล็กๆ ที่ทุกคนมองข้าม อาจจะทำลายชีวิตเราลงไปด้วยตัวเองเรา เริ่มใส่ใจสุขภาพตั้งแต่วันนี้ จะไม่มีคำว่า สายเกินแก้ แน่นอนค่ะ