โฮลิสต้า (ประเทศไทย) | HOLISTA

รวม 5 สูตร Detox ลำไส้ แบบธรรมชาติ

คำว่า Detox ลำไส้ อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับทุกคน และแม้ว่าใครหลายคนจะรู้กันอยู่แล้วว่า การดีท็อก ก็คือ การช่วยให้การขจัดสารพิษตกค้างในร่างกายที่เกิดจากการรับประทานอาหารต่าง ๆ เข้าไปได้ เพราะอย่าง พวกอาหารเนื้อสัตว์หรืออาหารอื่น ๆ ที่เราทานเข้าไป บางส่วนอาจจะไม่สามารถถูกย่อยได้ทั้งหมด จึงหลงเหลือและเกิดเป็นเมือกสะสมในลำไส้แล้วก่อให้เกิดสารพิษเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือดจนอาจเกิดอันตรายต่อร่างกาย หรืออาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาได้

Detoxลำไส้_ดีท็อกHolista_สูตรDetox_สูตรDetoxธรรมชาติ
สารตกค้างในสำไส้ อาจกลายเป็นสารพิษเข้าสู่ร่างกายได้ เพราะเหตุนี้ Detoxลำไส้ จึงจำเป็น!

และแม้จะรู้ว่า การดีท็อกคืออะไร แต่เราเองก็ยังเชื่อว่า ยังมีอยู่อีกหลายคนที่ยังไม่เคยได้ลองทำ Detox ลำไส้ เลยสักครั้งในชีวิต เพราะอาจจะกลัว อาจจะคิดว่าไม่จำเป็นต้องทำซักหน่อย หรืออาจจะเข้าใจว่าการ ดีท็อกลำไส้ อาจจะเป็นขั้นตอนทางการแพทย์ที่ดูจะยุ่งยากและวุ่นวาย แต่บอกเลยว่าตอนนี้ ก็ได้มีวิธี Detox ลำไส้ แบบธรรมชาติอื่นๆ เข้ามาเพื่อช่วยให้ชีวิตของพวกเราง่ายขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นลองมาทำความรู้จัก Detox แต่ละประเภทกันก่อน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจกับคำว่า Detox ลำไส้ ได้ดียิ่งขึ้นกัน

ประเภทของ Detox ลำไส้ ในปัจจุบัน

รูปแบบการสวนล้างลำไส้

วิธีนี้เคยเป็นที่นิยมมากเมื่อหลายปีก่อน ถ้าหากยังจำกันได้ ในช่วงนั้นก็ได้มีการจำหน่ายอุปกรณ์สวนล้างลำไส้กันออกมามากมายจนทำให้ทางการแพทย์ออกมาชี้แจงว่าการสวนล้างด้วยตัวเองอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ และอาจจะได้รับผลเสียหากไม่ได้ทำให้ถูกวิธี แต่ในปัจจุบันก็มีสถานพยาบาลต่างๆ ที่ได้เปิดรับบริการสวนล้างลำไส้ด้วยเครื่องล้างลำไส้อย่างถูกหลักอนามัยกันแล้ว ซึ่งวิธีการทำ Detox ลำไส้ ตามสถานพยาบาลต่างๆ ก็ไม่ได้ยุ่งยาก และไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายๆ คนคิด แถมยังปลอดภัยมากกว่าการทำด้วยตัวเองอีกด้วยนะ

รูปแบบรับประทาน

ส่วนวิธีนี้ เป็นวิธีที่กำลังได้รับความนิยมมากในช่วงนี้เลย เพราะค่อนข้างง่ายและสะดวกสบายกับคนยุคใหม่การ Detox ลำไส้ ด้วยการวิธีรับประทานอาหารนี้ จะเป็นการเหมือนการไปช่วยกระตุ้นให้ร่างกายขับของเสีย ที่อยู่ภายในลำไส้ให้ขับถ่ายออกมาได้ง่ายยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ เช่น พวก สูตรน้ำผักผลไม้ดีท็อก อาหารเสริมแบบต่างๆ ฯลฯ แต่การใช้วิธีนี้อาจจะต้องระมัดระวังเลือกสรรสิ่งที่เราจะทานอยู่เสมอนะคะ อย่าง ควรเลือกทานอาหารเสริมที่มีความน่าเชื่อถือ และได้รับรองจาก อย. แล้ว เลือกอาหารเสริม ที่มีวางขายตามห้างร้านหรือร้านขายยาแนะนำเท่านั้น และควรอ่านฉลาก และปรึกษาเภสัชกรให้ถี่ถ้วนก่อนใช้เสมอค่ะ

แจก 5 สูตร Detox ลำไส้ แบบธรรมชาติ

หากใครยัง กลัว หรือ ยังหาเวลาเข้าไปนอนดีท็อกลำไส้ยังไม่ได้ ลองมาใช้ การ Detox ลำไส้ แบบที่รับประทานกันก่อนดีกว่า ลองเริ่มต้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ที่เป็นอีกทางที่จะช่วยล้างพิษ และฟื้นฟูสุขภาพลำไส้ใหญ่ของเราได้ รอบนี้เราขอแนะนำกับ 5 สูตร Detox ลำไส้ ที่จะมาช่วย ล้างสารพิษ แบบวิธีธรรมชาติๆ ที่ปลอดภัย ทำกินเองได้ และไม่อันตรายแน่นอน

สูตร Detox ลำไส้ สูตรที่ 1

Detoxลำไส้_ดีท็อกHolista_สูตรDetox_สูตรDetoxธรรมชาติ
สูตร Detoxลำไส้ ด้วย น้ำมะนาว

เมนู น้ำมะนาว
เริ่มกันที่ สูตรที่ง่ายที่สุดกันเลยดีกว่า ถึงจะเป็นเมนูที่ง่ายแต่กลับได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อเลยแหละค่ะ สำหรับเมนู น้ำมะนาว Detoxลำไส้ นี้ ยิ่งหากได้ดื่มหลังตื่นนอนให้ได้ต่อเนื่องกันทุกวัน ไม่นานคุณจะรูู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่อาทิตย์แรก และรับรองเลยว่า ทั้งสุขภาพภายในและผิวพรรณภายนอกจะดีขึ้นไปโดยที่คุณและคนรอบข้างสังเกตได้เลยล่ะค่ะ

ส่วนผสม
– มะนาวครึ่งลูก
– น้ำเปล่า 2-4 แก้ว

วิธีทำ
1. ผ่ามะนาวตามแนวนอนครึ่งลูก
2. บีบน้ำมะนาวที่หั่นไว้ใส่ลงในน้ำอุ่น จากนั้นคนให้เข้ากัน แล้วดื่มทันที

NOTE : โดยแนะนำให้ดื่มเป็นอย่างแรกหลังตื่นนอน และควรดื่มก่อนรับประทานอาหารเช้าจะช่วยให้ขับถ่ายได้คล่องยิ่งขึ้นค่ะ

สูตร Detox ลำไส้ สูตรที่ 2

Detoxลำไส้_ดีท็อกHolista_สูตรDetox_สูตรDetoxธรรมชาติ
สูตร Detoxลำไส้ ด้วย น้ำเม็ดแมงลัก

เมนู น้ำเม็ดแมงลัก
มาต่อกันที่เมนูที่ 2 อย่าง น้ำเม็ดแมงลัก ใครหลายคนอาจจะรู้สรรพคุณของเม็ดแมงลักกันมาอยู่พอสมควรแล้วว่า ในเม็ดแมงลักเนี่ย มีกากใยอาหารที่ช่วยกระตุ้นประสาทรอบๆ ลำไส้ ทำให้เกิดความรู้สึกอยากถ่าย และความพิเศษนอกจากนั้นคือ เค้ายังช่วยดูดซับไขมันไม่ดี (LDL-cholesterol) ให้ขับออกมาพร้อมกับอุจจาระอีกด้วยนะ เรียกได้เลยว่า ได้ประโยชน์คูณสองกันเลยทีเดียวค่ะ แบบนี้คงต้องรีบไปหาวัตถุดิบมาทำ น้ำเม็ดแมงลักทานแล้วล่ะ

ส่วนผสม
– เม็ดแมงลัก 2 ช้อนชา
– น้ำอุ่น 1 แก้ว

วิธีทำ
1. ล้างเม็ดแมงลักผ่านตะแกรงให้สะอาด
2. แช่เม็ดแมงลักในน้ำอุ่นประมาณ 30 นาทีให้พองเต็มที่
3. เมื่อเม็ดแมงลักพองเต็มที่แล้ว ก็สามารถดื่มได้เลยทันที

NOTE : ดื่มก่อนนอนสัก 1-2 ชั่วโมง และสามารถดื่มได้ทุกวัน หรือจะดื่มอาทิตย์ละ 3-4 วันก็ได้ แล้วแต่สะดวก

สูตร Detox ลำไส้ สูตรที่ 3

Detoxลำไส้_ดีท็อกHolista_สูตรDetox_สูตรDetoxธรรมชาติ
สูตร Detoxลำไส้ ด้วย โยเกิร์ตนมน้ำผึ้งมะนาว

เมนู โยเกิร์ตนมน้ำผึ้งมะนาว

ใครทีชอบทานโยเกิร์ตต้องชอบเมนูนี้แน่ เพราะเค้ามีโยเกิร์ตเป็นส่วนผสมหลักในนี้เลย แถมเมนูนี้ก็รสชาติดีใช้ได้ กินง่ายเลยทีเดียวค่ะ แต่ถ้าใครที่เป็นคนธาตุเบา อาจจะต้องระวังนิดนึง เพราะเมนูนี้อาจจะเป็นยาระบายอ่อนๆ ของคุณได้ เพราะมีทั้ง มะนาว+โยเกิร์ตผสมอยู่ด้วยกัน แต่ถ้าหากใครยังไม่เคยลองแล้วอยากลองทำเมนูนี้ดู แนะนำให้ทำช่วงวันหยุด ช่วงที่มีเวลาก่อนออกจากบ้านอย่างน้อย 40 นาที จะเข้าห้องน้ำได้สะดวกนั่นเองค่ะ

ส่วนผสม
– โยเกิร์ตรสธรรมชาติครึ่งถ้วย
– มะนาวครึ่งลูก
– น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
– นมสดรสจืด 1 กล่อง

วิธีทำ

  1. บีบน้ำมะนาวใส่แก้ว ตามด้วยน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา หรือประมาณ 1/3 ของช้อนโต๊ะ
  2. ใส่โยเกิร์ตลงไปครึ่งถ้วย
  3. สำหรับนมสด หากแช่เย็นมาควรนำไปอุ่นให้หายเย็น แล้วเทลงในแก้วเป็นลำดับสุดท้าย
  4. คนให้เข้ากันจนกระทั่งน้ำผึ้งไม่ติดช้อน ก็ดื่มได้ทันที

NOTE : หลังจากดื่มเมนูนี้แล้ว แนะนำว่าให้ดื่มน้ำอุ่นตามอีกสักครึ่งแก้ว โดยดื่มเป็นอย่างแรกหลังตื่นนอน จะช่วยกระตุ้นการขับถ่าย เหมาะกับคนที่ท้องผูกบ่อยๆ ค่ะ

สูตร Detox ลำไส้ สูตรที่ 4

Detoxลำไส้_ดีท็อกHolista_สูตรDetox_สูตรDetoxธรรมชาติ
สูตร Detoxลำไส้ ด้วย น้ำหมักผลไม้ดีท็อก

เมนู น้ำหมักผลไม้ดีท็อก

มาถึงเมนูที่ 4 กันแล้ว กับ น้ำหมักผลไม้ ต้องบอกเลยว่าสูตรนี้ถึงจะมีส่วนผสมเยอะ ทั้งผักและผลไม้ ใครที่กลัวว่าทำออกมาแล้วจะ ไม่กล้าทาน แต่บอกเลยว่ากลิ่นเค้าสดชื่น ไม่ต้องกลัวเลย แถมกลิ่นนี้ก็กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกดื่มง่ายด้วย สรรพคุณก็แน่นเหมือนส่วนผสมเลย เพราะทั้งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหลอดเลือด ลดไขมัน เสริมภูมิต้านทาน และช่วยดีท็อกลำไส้ให้ถ่ายง่ายด้วย ดีขนาดนี้ไม่ลองทำดูก็ถือว่าพลาดแล้วล่ะค่ะ

ส่วนผสม

– น้ำสะอาด 1 ลิตร
– เลมอน 1 ลูก
– มะนาว ครึ่งลูก
– สตรอว์เบอร์รี่สไลด์ 5 ลูก หรือส้มหั่นแว่น 1 ลูก
– แตงกวา 3-4 ลูก
– มิ้นต์ หรือใบสะระแหน่ 3- 4 ใบ

วิธีทำ
1. นำผักผลไม้ที่เตรียมไว้ใส่ในขวดน้ำ
2. ใส่น้ำลงไป

  1. จากนั้นปิดฝาใส่ตู้เย็น แช่ 2 ชม. แล้วนำมาดื่มได้เลย หากน้ำพร่องไปครึ่งหนึ่งสามารถเติมน้ำเข้าไปใหม่ได้

NOTE : และไม่ควรแช่เกิน 12 ชม.เพราะผักผลไม้อาจเสีย เกิดเชื้อโรคได้ และควรล้างผักและผลไม้ให้สะอาดปลอดสารพิษก่อนเสมอค่ะ

สูตร Detox ลำไส้ สูตรที่ 5

Detoxลำไส้_ดีท็อกHolista_สูตรDetox_สูตรDetoxธรรมชาติ
Detoxลำไส้ ล้างสารพิษ ตัวเด็ดจาก‘ HOLISTA Probiotic Fiber Detox

เมนู Probiotic Fiber Detox

มาถึง สูตรสุดท้าย เราขอแนะนำเป็น สูตร Detox ลำไส้ แบบอาหารเสริมกันบ้าง โดยไม่ต้อง ล้างผักไม่ต้อง กะสูตร ลงเครื่องปั่นให้วุ่นวายแล้วล่ะค่ะ นั่นก็คือ ดีท็อกลำไส้ จาก ‘ HOLISTA Probiotic Fiber Detox ’ ตัวนี้คือ ตัวช่วยดีท็อกลำไส้ ล้างสารพิษต่างๆ ที่ได้รับการรับรองแล้วว่า สามารถช่วยดีท็อกลำไส้ ล้างสารพิษต่างๆ ที่สะสมภายในร่างกายไปพร้อมๆ ปรับสมดุลระบบภายในร่างกายให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพจริง ด้วยฮีโร่ตัวเด่นของสูตร Detox ลำไส้ นี้ที่จะมาช่วย การควบคุมอาการต่างๆ ในระบบขับถ่าย อย่าง “จุลินทรีย์ PROBIOTIC ” ซึ่งใน HOLISTA เค้าได้นำเข้า จุลินทรีย์สายพันธุ์พิเศษ จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่จะมาช่วยในการฟื้นฟูระบบลำไส้ได้มากกว่าจุลินทรีย์ทั่วไป ถึง 90% เลย หรือให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ จุลินทรีย์ชนิดนี้ มีประสิทธิภาพมากกว่าจุลินทรีย์ในโยเกิร์ตถึง 100 เท่าเลยแหละค่ะ

ส่วนผสม

สารสกัดจากธรรมชาติ 100% ได้รับการรับรองจาก อย. และมาตรฐานระดับสากล

  • ทับทิม
  • เมลอน
  • อเซโรล่า
  • เชอร์รี่
  • แครนเบอร์รี่
  • เมล็ดองุ่น
  • ชาเขียว
  • Co Q10
  • L-Glutathione
  • Pine Bark

วิธีทำ

  1. ฉีกซองผสมน้ำธรรมดา หรือน้ำเย็น ปริมาณ 150-200 มล.
  2. คนส่วนผสมให้เข้ากัน
  3. เมื่อส่วนผสมละลายเข้ากันกับน้ำแล้ว ก็สามารถดื่มได้เลยทันที

NOTE :

  • แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าตามอีก 1 แก้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของในการทำงาน
  • ดื่มก่อนนอน อย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  • ช่วงเวลาที่แนะนำคือช่วง 20.00-22.00 น. เพื่อให้สอดคล้องกับระบบการทำงานของร่างกาย

เป็นยังไงบ้างคะ กับ 5 สูตร Detox ลำไส้ แบบธรรมชาติ ที่เราเอามาแนะให้ คนที่กำลังมองหา Detox ลำไส้ ล้างสารพิษอยู่ แต่ละสูตรก็ใช้วัตถุดิบที่หาได้ไม่ยากทั้งนั้นเลย ใครที่กลัวจะเบื่อก็ทำสลับสับเปลี่ยนเมนูไปมาตามความต้องการได้เลย และถ้าหากอยากให้ได้ผลดียิ่งขึ้นล่ะก็ลองทานคู่กับ ‘ HOLISTA Probiotic Fiber Detox ’ เพื่อกระตุ้นลำไส้ให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น และควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย แค่นี้สุขภาพของคุณก็จะแข็งแรงและดียิ่งขึ้นตั้งแต่ภายในออกมาสู่ภายนอกแล้วล่ะค่ะ เพราะ ‘สุขภาพดีเริ่มที่ตัวเราเอง

แนะนำ ไฟเบอร์ดีท็อก ของดีต้องบอกต่อ

แม้ว่าเราจะสามารถขับถ่ายได้เองเป็นปกติ ไม่มีภาวะท้องผูกมากวนใจ หรือจะพยายามดูแลตัวเอง ด้วยการเลือกทานอาหารที่มีประโยนช์ต่อร่างกายแล้วนั้น แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า ระบบขับถ่ายของเรานั้น ยังสะอาดและสุขภาพดีอยู่ ??

บอกเลยว่า ระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่าย เป็นอีกหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการที่จะส่งผลต่อสุขภาพของเราโดยตรงเลยแหละ ซึ่งเรื่องนี้เองที่ใครหลายๆ คน มักยังมองข้ามไป วันนี้เราเลยอยากจะมาอธิบาย เกี่ยวกับข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องของการดีท็อกซ์ลำไส้ด้วย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่าง “ไฟเบอร์ดีท็อก” (ลดพุงดีท็อกลำไส้! เลือกกิน ‘ Probiotic ’ และ ‘ Prebiotic ’ อย่างไร ให้ถูกวิธีและเห็นผล?) ที่ช่วยทำความสะอาดลำไส้ ชะล้างสารพิษและสิ่งตกค้างในระบบขับถ่ายและระบบทางเดินอาหารให้กลับมามีสุขภาพดีมาฝากคนรักสุขภาพให้เก็บไว้เป็นความรู้กัน

“ไฟเบอร์ดีท็อก” คืออะไร ??

ไฟเบอร์ดีท็อก_คืออะไร__FiberDetox
ไฟเบอร์ดีท็อก(FiberDetox) คืออะไร

ไฟเบอร์ ก็คือ เส้นใยอาหาร ที่อยู่ส่วนของโครงสร้างของพืช เช่น กิ่ง ก้าน เมล็ด นั่นเองค่ะ เมื่อเราทาน ไฟเบอร์ เข้าไป แล้ว พวกไฟเบอร์เหล่านี้ จะเป็นส่วนช่วยในการทำงานของลำไส้ ช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้ดี ซึ่งนั่นถือเป็นการดีท็อกซ์อย่างหนึ่งนั่นเองค่ะ ฉะนั้นการทานอาหารที่มีไฟเบอร์มากๆ จะช่วยให้ร่างกายดีท็อกซ์ของเสียออกมาได้มากเช่นกัน ทั้งยังช่วยกวาดสิ่งสกปรกออกจากลำไส้ รวมถึงไขมันและกากอาหารที่ตกค้างออกมาได้ดีด้วย และนอกจากการดีท็อกซ์แล้วไฟเบอร์ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย!

ซึ่งปัจจุบัน ก็ได้มี ไฟเบอร์ดีท็อก ในรูปแบบอาหารเสริม ที่ทานง่ายและสะดวกต่อคนยุคใหม่ออกมามากขึ้น เพื่อที่ช่วยกระตุ้นการขับของเสียที่อยู่ภายในลำไส้ออกมาได้โดยไม่ต้องพึ่งไปทำดีท็อกถึงโรงพยายาบาลเลย เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาถ่ายยาก ท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายไม่เป็นเวลา หรือรวมไปถึงคนไม่เคยดีท็อกลำไส้มาก่อนเลย แต่ใครที่กำลังหาไฟเบอร์ดีท็อกอยู่ล่ะ ควรเลือกไฟเบอร์ดีท็อกที่ปลอดภัย ตรงตามมาตรฐานของอย. กำหนดไว้ด้วยนะคะ

ลักษณะแบบไหนที่ต้องทาน “ไฟเบอร์ดีท็อก” ??

อย่างที่ได้บอกไปตั้งแต่ต้นว่า ไม่ใช่คนที่อยู่ในภาวะท้องผูก หรือมีปัญหาในการขับถ่าย (5 วิธีแก้อาการท้องผูกมาก) เท่านั้น คนที่ไม่เคยดีท็อกลำไส้มาก่อนก็อาจจะมีภาวะเสี่ยงที่จะมีสิ่งตกค้างในลำไส้เราได้ เช่นกัน ดังนั้น ลองมาเช็กพฤติกรรมคนที่เข้าข่ายควรที่จะต้องหาไฟเบอร์ดีท็อกมาทาน หากมีพฤติกรรมเสี่ยงแบบนี้อยู่ต้องหา ไฟเบอร์ดีท็อกมาทานกันบ้างแล้วล่ะค่ะ

ไม่ทานผัก ผลไม้เลย

คนที่ไม่ชอบทานผัก ผลไม้ เนี่ยแหละค่ะ เข้าข่ายเลยแหละ เพราะพวกใยอาหารผัก ผลไม้รวมถึงพวกธัญพืชไม่ขัดสี มีความสำคัญต่อระบบทางเดินอาหารในร่างกาย โดยทำหน้าที่เก็บกวาดเศษอาหารภายในลำไส้ ช่วยให้อุจจาระจับตัวเป็นก้อนและง่ายต่อการขับถ่าย แต่ด้วยกิจวัตรเราอาจจะทำให้เราเลี่ยงไม่ได้ อาจจะทำให้เราทานแต่ข้าวขัดขาว ขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารอื่นๆ ที่ไม่มีพวกไฟเบอร์ดีท็อกเลย มีความเสี่ยงที่มีอาการขับถ่ายยาก หรือรวมไปถึงโรคท้องผูกได้

ดื่มน้ำน้อย

คนที่ดื่มน้ำน้อย หรือดื่มน้ำไม่เพียงพอ ต้องรู้ไว้เลยว่า น้ำที่เราดื่มเข้าสู่ร่างกาย มีบทบาทสำคัญช่วยให้อุจจาระอ่อนตัวและเคลื่อนออกจากลำไส้ได้ง่ายมากขึ้นด้วยนะ ในวันนึงเราอาจจะทำงานจนลืมดื่มน้ำให้เพียงพอ แถมยังต้องนั่งอยู่ในห้องแอร์ที่มีอากาศแห้ง ส่งผลทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อปริมาณน้ำในร่างกายไม่เพียงพอ ไม่สามารถดูดซึมไปที่ระบบขับถ่ายได้ อุจจาระทำให้จึงแข็ง และขับถ่ายลำบากได้

ภาวะเครียด

แม้ว่า ความเครียด จะเกี่ยวข้องกับระบบประสาท แต่ระบบประสาทอัตโนมัติเนี่ยแหละค่ะ ก็เป็นตัวที่ทำงานควบคุมอวัยวะภายในร่างกายรวมไปถึงระบบขับถ่ายด้วย ดังนั้นจะเห็นได้ว่า คนที่มีอาการเครียดและประสบกับภาวะเครียดเป็นประจำ มักจะมีปัญหาร่วมกับ โรคท้องผูกเรื้อรัง ด้วย

กลั้นอุจจาระบ่อยๆ

วิถีชีวิตที่เร่งรีบอาจจะทำให้เราไม่มีเวลาขับถ่ายได้เป็นระบบมากนัก ส่งผลทำให้ร่างกายไม่สามารถขับถ่ายได้อย่างถูกวิธี พอเมื่อถึงเวลาที่ร่างกายต้องการขับถ่ายออก ดันขับถ่ายไม่ได้ และหากเป็นเช่นนี้ รวมไปถึงการกลั้นอุจจาระบ่อยๆ ครั้งเข้า อาจจะทำให้เส้นประสาทรอบทวารหนักอาจเกิดอาการชินชา เมื่อมีอุจจาระมากระตุ้นก็ไม่ส่งสัญญาณให้เราการขับถ่าย ส่งผลทำให้กลายเป็นโรคท้องผูกเรื้อรังได้นั่นเองค่ะ

ทานยาระบายเป็นประจำ

ยาระบายมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ช่วยให้ขับถ่ายสะดวกเหมือน ไฟเบอร์ดีท็อก ก็จริง แต่หากเมื่อเราใช้ยาระบายเพื่อเป็นทางออกในการขับถ่ายเป็นประจำ ก็อาจทำให้ลำไส้คุ้นชินต่อการกระตุ้น และเมื่อหยุดใช้ ลำไส้จะไม่สามารถขับถ่ายตามปกติ และจำเป็นต้องใช้ยาทุกครั้งเพื่อกระตุ้นให้ขับถ่าย และนานไปอาจจะส่งผลให้ดื้อยาได้นั่นเองค่ะ

ไฟเบอร์ดีท็อก ของดีต้องบอกต่อ

เข้าข่าย ต้องหาไฟเบอร์มาทานกันหลายคนเลยใช่มั้ยคะ รู้แบบนี้แล้วจะอยู่เฉยนิ่งนอนใจไม่ได้แล้ว ต้องหาไฟเบอร์ดีท็อกมาช่วยขับของเสียออกไปแล้วล่ะค่ะ และสำหรับใครที่มองหา ไฟเบอร์ดีท็อกลำไส้ดีๆ สักตัว รอบนี้เราก็มีมาแนะนำบอกต่อกันให้ด้วย

ไฟเบอร์ดีท็อก ‘ HOLISTA Probiotic Fiber Detox ’ ของดีต้องบอกต่อ

ไฟเบอร์ดีท็อก_ดีท็อกHolista_FiberDetox
ไฟเบอร์ดีท็อก_ดีท็อกHolista_FiberDetox

ที่สะสมภายในร่างกายไปพร้อมๆ ปรับสมดุลระบบภายในร่างกายให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

และนี่ก็คือ ไฟเบอร์ดีท็อกลำไส้ ‘ HOLISTA Probiotic Fiber Detox ’ ที่เราอยากมาบอกต่อให้ทุกคนได้รู้จักกัน ที่แนะนำตัวนี้ก็เพราะเค้ามีผลวิจัยรับรองส่วนผสมจาก Wageningen Academic Publishers จากประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าส่วนผสมต่างๆ ที่สกัดจากธรรมชาติ 100% และมี อย. รับรองอย่างถูกต้องแถมยังผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากลแล้วอีกด้วย แถมมีวางขายตามร้านขายแนะนำทั่วไป มั่นใจหายห่วงได้เลย และสามารถช่วยดีท็อกลำไส้ ล้างสารพิษต่างๆ ที่สะสมภายในร่างกายไปพร้อมๆปรับสมดุลระบบภายในร่างกายให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพจริง

ส่วนผสมคุณภาพในไฟเบอร์ดีท็อก HOLISTA Probiotic Fiber Detox

ไฟเบอร์ดีท็อก แนะนำ > HOLISTA Probiotic Fiber Detox

นอกจากเรื่องความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานแล้วนั้น ‘ HOLISTA Probiotic ไฟเบอร์ดีท็อก (สูตรดีท็อกลำไส้) เค้ายังมี ส่วนผสมที่แน่นไปด้วยสรรพคุณที่ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย และชำระล้างสารสิ่งตกค้างในสำไส้ อยู่เยอะมากเลยทีเดียวค่ะไม่ว่าจะเป็น Probiotic จุลินทรีย์นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ที่ช่วยในเรื่องการฟื้นฟูระบบขับถ่ายและปรับสมดุลลำไส้ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เค้ายังผสาน สารสกัดสำคัญจากธรรมชาติ เช่น ทับทิม, เมลอน, อโซโรล่า เชอร์รี่, แครนเบอร์รี่, เมล็ดองุ่น, ชาเขียว, Co Q10, L-Glutathione และ Pine Bark รวมๆ แล้วมีสารสกัดพรีเมี่ยมที่อัดแน่นกันมากว่า 20 ชนิด ที่เข้ามาช่วยระบบขับถ่ายทั้งนั้นเลยค่ะ

ไฟเบอร์ดีท็อก_ดีท็อกHolista_FiberDetox_Probiotic
ไฟเบอร์ดีท็อก_ดีท็อกHolista_FiberDetox_Probiotic

เป็นยังไงบ้างคะ ข้อมูลความรู้ดีๆ เกี่ยวกับ ไฟเบอร์ และบอกต่อ ไฟเบอร์ดีท็อก ของดีพรีเมี่ยมที่เราเอามาแนะนำจากแบรนด์ HOLISTA รอบนี้ บอกเลยว่าของดีๆ แบบนี้ต้องมีไว้ติดไว้ซักคนละสองสามกล่องแล้วแหละค่ะว่ามั้ยคะ? อย่างที่บอกว่า ระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่ายเป็นองค์ประกอบที่ส่งผลต่อสุขภาพของเราโดยตรง อย่ารอให้ร่างกายแจ้งเตือนความผิดปกติออกมาก่อนที่จะสายเกินแก้ และอย่าปล่อยให้ความเคยชินและความละเลย ทำร้ายสุขภาพที่มีค่าของเราไป ปัญหาเล็กๆ ที่ทุกคนมองข้าม อาจจะทำลายชีวิตเราลงไปด้วยตัวเองเรา เริ่มใส่ใจสุขภาพตั้งแต่วันนี้ จะไม่มีคำว่า สายเกินแก้ แน่นอนค่ะ

รวม 10 ดีท็อกล้างสารพิษ ยี่ห้อไหนดี สุขภาพกายดี สุขภาพผิวสดใส

ดีท็อกล้างสารพิษ_Holista
อยากสวยจากภายนอก ลองดีท็อกล้างสารพิษดูแล้วจะรู้ว่าไม่ยากเลย

You are what you eat คุณกินอะไรเข้าไป คุณก็เป็นอย่างนั้น หากเราเลือกกินแต่อาหารขยะ ไร้คุณประโยชน์ สิ่งที่จะตามมาก็คงหนีไม่พ้นไขมันและสุขภาพร่างกายที่แย่ลง รูปร่างอวบอ้วนขึ้น รวมไปถึงโรคท้องผูก อุจจาระไม่ออก ในทุก ๆ วัน ร่างกายของเราจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ร่างกายต้องการในปริมาณที่พอเหมาะ แต่ในบางครั้งเราก็ลืมตัว เผลอกินเข้าไปมากกว่าปกติ ทำให้มีอาการท้องอืด ปวดท้อง รู้สึกไม่สบายตัวตามมาและด้วยเหตุผลนี้ เราจึงต้องอาศัยการดีท็อกล้างสารพิษในการช่วยแก้ปัญหาท้องผูกกวนใจหรือสำหรับคนที่รู้สึกอึดอัด สุขภาพไม่ดี ผิวพรรณไม่สดใส สิ่งนี้ช่วยคุณได้ ลองมาดูว่า 10 ดีท็อกล้างสารพิษ ที่คัดมานี้จะมียี่ห้อไหนบ้าง

การดีท็อกซ์คืออะไร ?

ดีท็อกล้างสารพิษ_Holista
(https://noiyeuthuong.vn/attachments/upload_2019-6-14_20-56-17-png.7391/)

หากหลายคนยังสงสัยว่าแล้วดีท็อกล้างสารพิษคืออะไร เล่าก่อนว่าการดีท็อกหรือ Detox คือการขจัดสารพิษ สารตกค้าง หรือของเสียที่อยู่ในร่างกายออกไปด้วยวิธีการที่เร็วที่สุด ปัจจุบันการดีท็อกล้างสารพิษมีให้เลือกหลากหลายวิธี ไม่ใช่เพียงแค่การทานอาหารเสริมล้างลำไส้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น บางวิธีสามารถทำได้ด้วยตัวเองและบางวิธีก็จำเป็นที่จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะงั้นลองแวะมาเช็คกันหน่อยดีกว่าวา การดีท็อกล้างสารพิษนั้น แท้จริงแล้วมีวิธีอะไรบ้าง

ดีท็อกล้างสารพิษร่างกายด้วยการกิน : วิธีนี้ง่ายมาก ทุกคนสามารถกำจัดเอาสารพิษหรือของเสียที่ตกค้างอยู่ในร่างกายด้วยการกิน วิธีการคือให้เลือกกินของที่ดีมีประโยชน์เพื่อล้างของเสียต่างๆ ออกไป ซึ่งอาหารที่กินเข้าไปนั้นจะต้องเป็นอาหารที่สดใหม่ มีคุณสมบัติช่วยเป็นดีท็อกล้างลำไส้ ไม่มีสารเคมีและสารพิษตกค้าง ทั้งยังไม่ผ่านกรรมวิธีการขัดสีหรือหมักดอง

ดีท็อกล้างลำไส้เป็นยังไง ทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

ดีท็อกล้างสารพิษร่างกายด้วยการอด (อาหาร) : การอดอาหารในวิธีนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถกินอะไรได้เลย แต่เป็นการงดกินอาหารบางอย่าง เพื่อช่วยในการดีท็อกร่างกาย โดยส่วนใหญ่จะงดกินอาหารหนักๆ และหันมาดื่มเป็นน้ำผลไม้หรือน้ำเปล่าแทนเป็นเวลา 1 – 2 วัน หรืออาจจะมากกว่านั้น แม้จะดูทรมานไปสักนิด แต่ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่หลายๆ คนเลือกทำ ซึ่งการดีท็อกโดยการอดอาหาร ถ้าจะให้ดีควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

ดีท็อกล้างสารพิษร่างกายด้วยการสวนลำไส้ : วิธีนี้เป็นวิธีที่ต้องพึ่งพาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะต้องอาศัยเครื่องมือ และเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย เป็นวิธีที่จะช่วยกำจัดสารพิษตกค้างในลำไส้ พร้อมปรับการทำงานของระบบขับถ่ายให้ดีขึ้นด้วยการสวนลำไส้นั่นเอง

10 อาหารเสริมดีท็อกล้างสารพิษในร่างกายที่ดีที่สุด

1. Holista Fiber Detox

ดีท็อกล้างสารพิษ_Holista
ดีท็อกล้างสารพิษที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ได้ ระบบอาหารก็ทำงานดีขึ้น ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสอีกด้วย

ตัวแรกเลยคือ Holista Fiber Detox อาหารเสริมตัวนี้สามารถแก้ปัญหาท้องผูกได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังช่วยปรับสมดุลลำไส้ ฟื้นฟูระบบย่อยอาหารและดีท็อกล้างสารพิษในร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยลดแก๊สในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการกรดไหลย้อน ช่วยให้เลือดไหลเวียนดียิ่งขึ้นและใครที่กำลังมีปัญหาเรื่องสัดส่วน ผิวพรรณไม่สดใสก็ช่วยได้เหมือนกัน ยิ่งดื่มยิ่งดีต่อสุขภาพ

Holista มี Probiotic จุลินทรีย์นำเข้าจาก USA บวกกับสารสกัดสำคัญถึง 9 ชนิด ที่สำคัญปลอดภัยหายห่วงเพราะโฮลิสต้า มี อย. รับรอง ถูกต้อง ผ่านมาตรฐาน GMP และ HACCP ระดับสากล ทั้งยังอร่อย ดื่มง่าย ไม่ทำให้ปวดบิด คุณสามารถดื่มโฮลิสต้าได้อย่างต่อเนื่องทุกวันโดยไม่มีผลข้างเคียง แต่ยิ่งดื่มต่อเนื่อง ยิ่งช่วยให้รูปร่างดีขึ้นและผิวพรรณดูเปล่งประกายมีออร่าเพิ่มขึ้นด้วย

ดีท็อกล้างสารพิษ_Holista
ดีท็อกล้างสารพิษ_Holista

หากถามว่าดื่มแล้วจะได้ผลมั้ย ต้องใช้เวลานานขนาดไหนถึงจะเห็นผล ตอบตรงนี้เลยว่า Holista จะเห็นผลเรื่องการขับถ่ายที่ดีขึ้นตั้งแต่ซองแรกและชัดเจนที่สุดในช่วง 2 สัปดาห์ ให้ทานต่อเนื่องจนครบ 4 สัปดาห์จะทำให้ระบบลำไส้กลับมาทำงานเป็นปกติ หลังจากปรับสมดุลลำไส้ครบ 1 เดือนแล้ว แนะนำให้ทาน สัปดาห์ละ 1 – 2 ซอง เพื่อรักษาความสมดุลของระบบภายในร่างกายและเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน แม้วันใดที่คุณหยุดดื่ม ก็ไม่มีผลค้างเคียง ไม่ต้องกลัวว่าหยุดดื่มแล้วจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เพราะอาหารเสริมตัวนี้ เขาจะเข้าไปช่วยปรับสมดุลลำไส้ เมื่อหยุดดื่มจะไม่กลับมาท้องผูกเหมือนเดิมอีก เป็นหนึ่งในดีท็อกล้างสารพิษที่ดีมากๆ อยากให้ได้ลอง

ดีท็อกล้างสารพิษ_Holista
(https://th-test-11.slatic.net/p/334189114b07e56254b44527ac4c34c4.jpg)

ตัวที่สอง Metox ดีท็อกล้างสารพิษตัวนี้มี Pre-Biotic จากธรรมชาติ ทั้งยังมีสารสกัดจากผลไม้หลายชนิด ไม่เพียงแต่ช่วยขจัดของเสียในร่างกาย แต่ยังมีสรรพคุณในการช่วยบำรุงและฟื้นฟูร่างกายอีกด้วย Metox มีส่วนผสมจากธัญพืชไซเลียมฮัทส์ ที่ช่วยดูดซับน้ำตาล และไขมัน พร้อมขับออกมาในรูปแบบของอุจจาระผ่านระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ยังมีพรีไบโอติก และสารสกัดจากผลไม้เข้มข้นหลากหลายชนิด เช่น ทับทิม บิลเบอร์รี่ ส้ม บร็อคโคลี่ และผลไม้อื่นๆ ที่มีวิตามินซีสูง เป็นตัวช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระที่เกิดจากการรับประทานอาหาร ปิ้ง ย่าง ไขมัน แป้งและน้ำตาลส่วนเกิน เราสามารถทานได้ทุกวัน ไม่เกิดผลเสียใดๆ รับประทานวันละ 1 ซอง ก่อนนอน เพื่อเช้าวันใหม่ที่สดชื่น

3. Donutt Total Fibely

ดีท็อกล้างสารพิษ_Holista
(https://media.true-shopping.com/assets/uploads/ready/20190826155107665742217.jpg)

ถัดมาที่ตัวที่สาม Donutt Total Fibely ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดชงดื่ม ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์จากธรรมชาติ ช่วยแก้ปัญหาท้องผูก พร้อมล้างสารพิษที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ออกจากร่างกาย ให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น แก้ปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ปรับสมดุลการขับถ่ายให้ดีขึ้น และให้ผิวพรรณดูกระจ่างใส สุขภาพดี รสน้ำผึ้งมะนาว ดื่มง่าย เพียงดื่มวันละ 1 ซอง ก่อนนอน สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเรื่องระบบขับถ่าย ควรทานต่อเนื่อง เป็นเวลา 30 วัน สามารถทานต่อเนื่องได้เป็นประจำ โดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะเขาเป็นดีท็อกล้างสารพิษที่มีสารสกัดมาจากธรรมชาตินั่นเอง

4. Verena Fiberlax

ดีท็อกล้างสารพิษ_Holista
(https://cf.shopee.co.th/file/3faf5af70abcb7c91ec19a5a89a0c87f)

Verena Fiberlax ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่สกัดมาจากใยอาหารและไฟเบอร์จากธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการควบคุมอาหารและทำให้อิ่ม เมื่อเรารับประทานอาหารเสริมตัวนี้ก่อนทานอาหารจะทำให้รู้สึกอิ่มและรับประทานอาหารส่วนเกินได้น้อยลง นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล เพิ่มประสิทธิภาพการขับถ่าย และบรรเทาอาการท้องผูกได้ด้วย ช่วยผลักดันลำเลียงไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย ดีท๊อกล้างสารพิษ ของเสียและไขมันตกค้างออกจากลำไส้ รสชาติดี ดื่มง่าย เพียงแค่ชงดื่มก่อนอาหารเย็น 15 – 30 นาที เมื่อละลายน้ำจะมีลักษณะเป็นวุ้น พอดื่มเข้าไปแล้ว ก็จะทำให้รู้สึกอิ่มและทานจุบจิบได้น้อยลง เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบทานผัก ช่วยดีท็อกลำไส้ ปรับระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ ไม่ใช่การถ่ายแบบท้องเสีย เมื่อมีระบบขับถ่ายปกติแล้วก็จะมีหน้าท้องแบนราบ ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้น

3. Amado Fiber Detox

ดีท็อกล้างสารพิษ_Holista
(https://cf.shopee.co.th/file/04f6924d37fadc38fa5ac95353e658eb)

ตัวที่ห้า Amado Fiber Detox เป็นตัวช้วยดีท็อกล้างพิษในลำไส้ ช่วยขับกากอาหารเก่าและของเสียที่สะสมภายในลำไส้ออกมาพร้อมการขับถ่ายจึงทำให้ “หน้าท้องแบนราบ” อาหารเสริมตัวนี้มีสารสกัดจากผักและผลไม้สีม่วงหลากหลายชนิด วัตถุดิบธรรมชาติ100% ชงทิ้งไว้ไม่จับตัวเป็นเมือกวุ้นๆ จึงไม่เสี่ยงอุดตันลำไส้ ชงง่าย ละลายง่าย รสชาติอร่อยเหมือนน้ำผลไม้ ไม่ต้องกลั้นใจกิน ดื่มได้สบายใจ หลังทาน 8 ชม. จะทำให้ขับถ่ายและถ่ายกากอาหารหรือส่วนที่ตกค้างในลำไส้ออกมาหมด พุงจะยุบตั้งแต่ครั้งแรกที่ทาน

6. Colly Chlorophyll Plus Fiber

(https://f.btwcdn.com/store-41745/product/30a3bc80-0149-9d98-7421-5a9522879411.jpg)

ถัดมาที่ดีท็อกตัวนี้ Colly Chlorophyll Plus Fiber มีสารสกัดจากคลอโรฟิลล์ กลิ่นหอมชาเขียว ช่วยดีท็อกล้างสารพิษในร่างกาย ทั้งยังช่วยทำให้ผิวสวยจากภายในอีกด้วย ตัวช่วยดีๆ เพียงแค่ฉีก ชง ดื่ม รสชาติอร่อย ดื่มง่าย เห็นผลได้ภายใน 2 เดือน ซึ่งในอาหารเสริมมีคลอโรฟิลล์ที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ลำไส้ กระเพาะอาหาร ทำความสะอาดเหงือกและฟัน ทั้งยังมีสารสกัดจากชาเขียวด้วย ช่วยป้องกันเซลล์ไม่ให้ได้รับอันตรายและช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งและชะลอความชรา นอกจากนี้ยังมีคุณประโยชน์และสารสกัดดีๆ อีกหลายอย่าง จัดว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารเสริมที่น่าลองไม่แพ้กัน

7. MeVio

(https://res.cloudinary.com/dq9lbanjs/image/upload/v1546846701/n9lwcrhxtpazxsp4e8tp.jpg)

MeVio มีส่วนผสมจากผักผลไม้สีม่วง 7 ชนิด ไม่มีส่วนผสมของสารอันตราย หรือ ยาใดๆ ใน 1 ซอง มีไวโอ เป็นทั้งดีท็อกและต้านอนุมูลอิสระ อาหารเสริมตัวนี้จะช่วยปรับสมดุลระบบการทำงานของลำไส้ ทำให้การขับถ่ายดีขึ้น ทั้งยังช่วยกำจัดสารพิษและสิ่งสกปรกที่ตกค้างในลำไส้ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งสำไส้และตับ นอกจากนี้ยังช่วยดีท็อกล้างสารพิษถึงระดับเซลล์ในร่างกาย ลดการเกิดอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัยจากภายในสู่ภายนอก มอบผิวพรรณที่ดูอ่อนเยาว์ ลดเลือนริ้วรอย สิว ฟื้นฟูผิวคล้ำเสียให้ขาวใส สร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกาย ลดความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักและยังบำรุงสายตา ช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการมองเห็นด้วยค่ะ

8. Mezo Fiber

(https://bit.ly/2HtY3IR)

ตัวที่แปด Mezo Fiber เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการทำความสะอาดลำไส้ ทั้งยังช่วยนำเอาสิ่งสกปรกที่ตกค้างออกมา เพื่อปรับสมดุลลำไส้ ประกอบด้วยอินูลิน ผงไซเลียมอัสก์ เซลลูโลสไฟเบอร์ แอลคานิทีนแอลทาเทรท สารสกัดจากผลส้มแขก สารสกัดจากชาเขียว และคลอโรฟิลล์ ช่วยเพิ่มไฟเบอร์ให้ร่างกาย ทำให้ขับถ่ายสะดวก ท้องไม่ผูก เหมาะสำหรับคนที่ขับถ่ายไม่เป็นเวลาหรือขับถ่ายยาก อาหารเสริมตัวนี้ประกอบด้วยไฟเบอร์ที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกายมากถึง 10 ชนิดด้วยกัน ล้วนแล้วแต่เป็นสารสกัดที่มาจากธรรมชาติทั้งสิ้น รสสับปะรด ดื่มง่าย ช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องไว ช่วยให้ระบบเผาผลาญของร่างกายดียิ่งขึ้น พร้อมช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง ไม่มีกลิ่นตัว กลิ่นปาก พุงยุบและดีท็อกล้างลำไส้ ขับถ่ายดีขึ้นกว่าเดิม

9. Vida Supplements Diet Fiber Mix

ดีท็อกล้างสารพิษ_Holista
(https://pbs.twimg.com/media/D41GlQ0U8AA820a.jpg)

ตัวที่เก้า Vida Supplements Diet Fiber Mix ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไฟเบอร์ธรรมชาติระดับพรีเมี่ยม จากประเทศญีปุ่น มาพร้อมกับวิตามิน คลอโรฟิลล์ ผงผัก และสารสกัดจากธรรมชาติกว่า 14 ชนิด ช่วยในเรื่องการดีท็อกล้างสารพิษ ต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ดูอ่อนเยาว์ สดใส และยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น พร้อมทั้งช่วยให้การขับถ่ายง่ายขึ้นด้วย ทั้งยังช่วยเรื่องกลิ่นต่างๆ ในร่างกายให้ดีขึ้น รวมไปถึงช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินบำรุงผิวต่างๆ ได้ดีกว่าเดิมอีกด้วย

10. Veena Plus+

ดีท็อกล้างสารพิษ_Holista
(https://th-test-11.slatic.net/p/5eda38e1be4b8515e25de1a0b12bcc93.jpg)

และตัวสุดท้ายที่เราหยิบมาแชร์ในวันนี้ คือตัวนี้เลยค่ะ Veena Plus+ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ช่วยในเรื่องการดีท็อกล้างสารพิษ ตัวนี้มีสารสกัดจากธรรมชาติ 100% ไม่มีส่วนประกอบของยาระบาย กินแล้วไม่ปวดบิด เน้นดีท็อกขับสารพิษทั้งระบบของร่างกาย ตั้งแต่ระบบขับถ่าย ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ดีท็อกตับ ไต สารโลหะหนักตกค้างในระบบเลือด ระบบน้ำเหลือง เรียกได้ว่าดีท็อกยันเซลล์เลยทีเดียว ด้วยส่วนผสมจากผักและผลไม้ 15 ชนิด มีความเข้มข้นและอัดแน่นด้วยส่วนประกอบจากสารสกัดตรีผลา (Triphala) และผักผลไม้สีม่วงที่มีแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) สูง ปลอดภัย มีอย. GMP และ HACCP และที่สำคัญ รสชาติแสนอร่อย กินง่ายมาก ชงทิ้งไว้ได้ ไม่เป็นเมือก ไม่เป็นวุ้นด้วยค่ะ

เคล็ดลับช่วยดีท็อกล้างสารพิษร่างกายด้วยตัวเอง

ดีท็อกล้างสารพิษ_Holista
(http://www.iamcar.net/wp-content/uploads/2018/05/detox.jpg)

สำหรับคนไหนที่ไม่มีกำลังทรัพย์ในการซื้อดีท็อกล้างสารพิษก็ไม่เป็นไรค่ะ รู้มั้ยว่านอกจากอาหารเสริมเพื่อดีท็อกร่างกายแล้ว ยังมีเคล็ดลับง่ายๆ ที่สามารถช่วยชะล้างสารพิษที่ตกค้างในร่ายกายได้อีก ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่สามารถทำตามกันได้ งบไม่เยอะ เพียงเริ่มต้นที่การดูแลตัวเองเท่านั้น เราลองไปดูวิธีทั้งหมดพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

1. ดีท็อกล้างสารพิษด้วยชาเขียว

ดีท็อกล้างสารพิษ_Holista
Cr.https://www.honestdocs.co/system/blog_articles/main_hero_images/000/004/104/large/iStock-184915771_%281%29.jpg

ชาเขียวมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ชะลอริ้วรอยแล้ว ยังช่วยในเรื่องของกระบวนการเผาผลาญและดีท็อกร่างกายได้อีกด้วย ทั้งยังช่วยเพิ่มแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ จึงสามารถช่วยล้างสารพิษและกำจัดพิษในลำไส้ได้

2. ดีท็อกล้างสารพิษด้วยการนอนหลับ

ดีท็อกล้างสารพิษ_Holista
(https://www.karpatinfo.net/sites/default/files/kepek/15/eletmod/javitja-memoriat-az-alvas.jpg)

แน่นอนว่ามันส่งผลดีให้กับร่างกายของเราอยู่แล้วค่ะ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นการช่วยให้ร่างกายของเราได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยให้สมองได้พักผ่อน กล้ามเนื้อคลายตัว หัวใจสงบขึ้น ความดันลดลง ซึ่งรวมไปถึงระบบในการกำจัดสารพิษให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

3. ดีท็อกล้างสารพิษด้วยกิจกรรมพักผ่อน

ดีท็อกล้างสารพิษ_Holista
(https://s3.amazonaws.com/arc-wordpress-client-uploads/infobae-wp/wp-content/uploads/2017/11/28134859/GettyImages-538647650.jpg)

บางครั้งเวลาที่เราเครียดมากจนเกิน ก็อาจจะส่งผลให้ระบบต่างๆ ในร่างกายมีปัญหาได้เหมือนกัน แม้กระในเรื่องของการขับถ่ายด้วย ฉะนั้นพยายามเลี่ยงความเครียด ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ทำใจให้สบายๆ แล้วค่อยๆ คิดแก้ปัญหาไป หรือถ้าพอจะมีเวลาว่าง ลองหาเวลาไปพักผ่อนดู นอกจากจะดีต่อสุขภาพจิตแล้ว ยังดีต่อสุขภาพร่างกายด้วยนะคะ

ดีท็อกล้างสารพิษ_Holista
Cr.https://www.kissthecookcatering.com/2017/wp-content/uploads/2018/03/Freshly-blended-fruit-smoothies-of-various-colors-and-tastes-543809310_4500x3576-1500×1192.jpeg

เห็นมั้ยว่าการดีท็อกล้างสารพิษไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เขาสามารถช่วยในเรื่องของสุขภาพได้เยอะเลย ใครที่ยังไม่เคยดีท็อกลำไส้และอยากลองดูสักครั้ง เริ่มง่ายๆ ด้วยการหันมาดูแลและใส่ใจตัวเองให้มากขึ้น ยิ่งถ้ามีตัวช่วยดีๆ เสริมทัพเข้าไปอีก รับรองว่าคุณจะไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องท้องผูกอีกเลยค่ะ เรื่องสุขภาพละเลยไม่ได้ หมั่นดูแลตัวเองเข้าไว้ ไม่มีใครรักเราได้เท่าเรารักตัวเองนะ

สุขภาพดี ใครก็มีได้! รีวิวดีท็อก แบรนด์ ‘HOLISTA’ ตัวช่วยปรับสมดุล รีบูทร่างกาย

สวัสดีค่ะ สายเฮลท์ตี้ที่รักสุขภาพทั้งหลาย วันนี้เราจะมา ‘รีวิวดีท็อก’ ตัวเด็ด ให้ทุกคนได้รู้จักกัน!
เราเชื่อว่าผู้หญิงยุคใหม่สมัยนี้ นอกจากจะให้ความสำคัญกับการดูแลรูปลักษณ์ภายนอกให้สวยงามอยู่ตลอดเวลาแล้วเนี่ย อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะมองข้ามไปไม่ได้เลยก็คือการดูแลสุขภาพภายในให้แข็งแรง เพื่อที่จะได้ทั้งสวยและสตรองไปพร้อมกัน แล้วเราต้องขอบอกเลยนะคะว่าจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดีและผิวพรรณที่ดูเปล่งปลั่งสดใสได้นั้น ต้องเริ่มต้นที่ระบบภายในร่างกายมีความสมดุลก่อนนั่นเองค่ะ

รีวิวดีท็อก_ปรับสมดุล_ดีท็อกลำไส้_Holista
‘รีวิวดีท็อก’ อาหารเสริมตัวเด็ด แก้ปัญหาท้องผูก ขับถ่ายยาก

แล้วถ้าใครเคยประสบปัญหา ท้องผูก ขับถ่ายยาก ก็คงจะอึดอัดแน่นท้องจนรู้สึกไม่สบายตัว ส่งผลทำให้พุงของเราป่องออกมากลายเป็นสาวมีพุง ที่สำคัญการที่ระบบขับถ่ายทำงานได้ไม่เต็มที่ แบบนี้ก็จะมีสารพิษตกค้างสะสมอยู่ในร่างกาย ทำให้ผิวพรรณของเราดูหมองคล้ำไม่สดใสเหมือนคนอื่นเค้าอีกด้วยนะ แบบนี้สาวคนไหนที่กำลังเจอปัญหาท้องผูกเข้าเล่นงาน ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจเด็ดขาดเลยนะคะ ไม่อย่างนั้นเจ้าอาการท้องผูกที่เราคิดว่าเป็นแค่เพียงปัญหาเล็กๆ อาจลุกลามบานปลายกลายเป็นปัญหาสุขภาพในระยะยาว ที่ทำลายทั้งสุขภาพ ผิวพรรณ และคุณภาพชีวิตที่ดีของเราได้เลยนะ

แล้วถ้าใครเคยประสบปัญหา ท้องผูก ขับถ่ายยาก ก็คงจะอึดอัดแน่นท้องจนรู้สึกไม่สบายตัว ส่งผลทำให้พุงของเราป่องออกมากลายเป็นสาวมีพุง ที่สำคัญการที่ระบบขับถ่ายทำงานได้ไม่เต็มที่ แบบนี้ก็จะมีสารพิษตกค้างสะสมอยู่ในร่างกาย ทำให้ผิวพรรณของเราดูหมองคล้ำไม่สดใสเหมือนคนอื่นเค้าอีกด้วยนะ แบบนี้สาวคนไหนที่กำลังเจอปัญหาท้องผูกเข้าเล่นงาน ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจเด็ดขาดเลยนะคะ ไม่อย่างนั้นเจ้าอาการท้องผูกที่เราคิดว่าเป็นแค่เพียงปัญหาเล็กๆ อาจลุกลามบานปลายกลายเป็นปัญหาสุขภาพในระยะยาว ที่ทำลายทั้งสุขภาพ ผิวพรรณ และคุณภาพชีวิตที่ดีของเราได้เลยนะ

รีวิวดีท็อก_ปรับสมดุล_ดีท็อกลำไส้_Holista
‘รีวิวดีท็อก’ อาหารเสริมตัวเด็ด แก้ปัญหาท้องผูก ขับถ่ายยาก

แต่ด้วยไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ที่ทำให้หลายคนต้องใช้ชีวิตยู่ท่ามกลางความเร่งรีบ ในบางครั้งอาจไม่สามารถหาผักและผลไม้มารับประทานในแต่ละมื้ออาหารได้มากเพียงพอต่อความต้องการ หรือทำงา

นวุ่นๆ ไม่มีเวลาดื่มน้ำจนร่างกายขาดน้ำในที่สุด พฤติกรรมทั้งหลายเหล่านี้ก็ถือเป็นตัวการตัวดีที่ส่งผลให้ท้องผูกง่ายได้ทั้งนั้นเลยค่ะ ในวันนี้เราเลยไม่พลาดที่จะหยิบสิ่งดีๆ ที่จะเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้ตรงจุดมาฝากทุกคนด้วยล่ะ กับ รีวิวดีท็อก ‘HOLISTA Probiotic Fiber Detox’ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่จะช่วย ล้างสารพิษ ตกค้างต่างๆ ที่สะสมอยู่ในร่างกาย พร้อมกับปรับสมดุลระบบภายในให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง

รีวิวดีท็อก ‘ HOLISTA Probiotic Fiber Detox ’ คืออะไร? ทำไมต้องเลือกแบรนด์นี้?

รีวิวดีท็อก_ปลอดภัย_ดีท็อกลำไส้_Holista
‘รีวิวดีท็อก’ อาหารเสริมตัวเด็ด HOLISTA Probiotic Fiber Detox ทำไมต้องแบรนด์นี้?

ก่อนจะไปเริ่มต้นดู รีวิวดีท็อก โฮลิสต้า ก็ตามเรามาทำความรู้จักกับ ‘HOLISTA Probiotic Fiber Detox’ ก่อนเลยดีกว่าค่ะว่าเจ้าสิ่งนี้มันคืออะไร… จุดกำเนิดของ HOLISTA ก็เริ่มต้นจากการที่ทางแบรนด์ต้องการหาวิธีฟื้นฟูระบบลำไส้แบบไม่ต้องพึ่งยา จนพบว่ามีงานวิจัยมากมายที่ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าจุลินทรีย์ PROBIOTIC, PREBIOTIC และ SYMBIOTIC ล้วนเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมทั้งด้านอารมณ์ สุขภาพ และผิวพรรณของคนเรา ทางแบรนด์โฮลิสต้าจึงได้นำเข้าโพรไบโอติกส์ที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูระบบลำไส้ มาวิจัยต่อยอดและผ่านการพัฒนาจนได้เป็นผลิตภัณฑ์ ดีท็อกโฮลิสต้า ตัวนี้ ที่ช่วยฟื้นฟูและปรับสมดุลระบบสำคัญภายในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพยังไงล่ะคะ

HOLISTA มีส่วนผสมอะไรบ้าง? ปลอดภัยแค่ไหน?

สำหรับใครที่กำลังมองหารีวิวดีท็อกล้างสารพิษดีๆ แล้วสนใจอยากซื้อ ‘HOLISTA Probiotic Fiber Detox’ มาลองทานดูบ้าง แต่ก็แอบกังกลใจว่าทานเข้าไปแล้วจะเป็นอันตรายรึเปล่า?

เราก็ขอยืนยันคอนเฟิร์มเลยนะคะว่าสามารถทานดีท็อกโฮลิสต้าได้แบบปลอดภัยหายห่วง เพราะว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวนี้เค้ามีผลวิจัยรับรองส่วนผสมจาก Wageningen Academic Publishers ที่สหรัฐอเมริกา ส่วนผสมต่างๆ ก็สกัดจากธรรมชาติ 100% นอกจากจะมี อย. รับรองอย่างถูกต้องแล้ว ยังผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากลอีกด้วยนะ งานนี้ก็ทานได้แบบมั่นใจกันได้เลยค่ะ

รีวิวดีท็อก_แก้ท้องผูก_ดีท็อกลำไส้_Holista
ส่วนผสมที่ได้รับการรับรองแล้วว่า มาจากสารสกัดจากธรรมชาติ 100 %

หลายคนอาจสงสัยว่าเจ้าทำไม เราต้องมา รีวิวดีท็อก แบรนด์นี้เค้ามีส่วนผสมดีอะไรถึงได้ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้แบบลึกถึงต้นตอขนาดนี้… นั่นก็เพราะว่าดีท็อกโฮลิสต้ามีส่วนผสมของ Probiotic จุลินทรีย์นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ที่ช่วยฟื้นฟูระบบขับถ่ายและปรับสมดุลลำไส้ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังผสานพลังมาพร้อมกับสารสกัดสำคัญจากธรรมชาติอีก 9 ชนิด ได้แก่ ทับทิม, เมลอน, อโซโรล่า เชอร์รี่, แครนเบอร์รี่, เมล็ดองุ่น, ชาเขียว, Co Q10, L-Glutathione และ Pine Bark ที่สารสกัดแต่ละอย่างก็มีสรรพคุณที่กระตุ้นระบบขับถ่าย ไปพร้อมๆ กับบำรุงผิวให้แข็งแรง ผิวสวยเนียนใสตั้งแต่ภายในเชียวล่ะ

รีวิวดีท็อก_ดีท็อกลำไส้_HolistaDetox
รีวิวดีท็อก_ดีท็อกลำไส้_HolistaDetox

คราวนี้ก็ได้เวลาตามมาดูสรรพคุณของส่วนผสมที่สกัดอยู่ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร HOLISTA กันบ้างดีกว่าค่ะ ว่าแต่ละอย่างนั้นส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพ ระบบภายในร่างกาย รวมไปถึงผิวพรรณได้ยังไงบ้าง…

~ Probiotic ~

จุลินทรีย์ตัวสำคัญ สายพันธุ์ Bacillus Coagulans ที่เป็นสายพันธุ์พิเศษ ทำหน้าที่เหมือนเกราะเคลือบจุลินทรีย์ให้สามารถผ่านน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเพื่อเข้าไปปรับสมดุลลำไส้ เรียกได้ว่าช่วยให้การดีท็อกได้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีงานวิจัยรับรองแล้วด้วยว่าจุลินทรีย์ชนิดนี้มีประสิทธิภาพมากกว่าจุลินทรีย์ในโยเกิร์ตถึง 100 เท่าเลยทีเดียวนะ

~ Prebiotic ~

สกัดจาก Acacia เป็นอาหารที่ช่วยบำรุงจุลินทรีย์ให้สามารถฟื้นฟูลำไส้ได้เต็มศักยภาพ แถมยังช่วยในการดูดซับสิ่งสกปรกและสารพิษต่างๆ ในลำไส้ ให้ขับออกมาพร้อมอุจจาระในแต่ละวัน พอทานดีท็อกโฮลิสต้าเข้าไปแล้วเลยทำให้หน้าท้องยุบ รู้สึกโล่งสบายท้องแบบสุดๆ หลังจากขับถ่ายของเสียออกไป

~ Plant Enzyme ~

เอนไซม์ธรรมชาติสกัดจาก Golden Kiwi ช่วยกระตุ้นระบบการย่อยและทำให้การดูดซึมอาหารทำงานได้สมบูรณ์แบบขึ้น ลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการท้องอืดและกรดไหลย้อน ที่เกิดจากอาหารไม่ย่อยได้ด้วยล่ะ

~ Chlorophyll ~

สกัดจาก Alfalfa และ Wheatgrass ช่วยดีท็อกขับสารพิษในเลือด ส่งผลทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดียิ่งขึ้น เมื่อมีเลือดที่สะอาดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ก็จะช่วยทำให้เรารู้สึกสดชื่น ตื่นตัว กระปรี้ประเป่ามากยิ่งขึ้นได้ง่ายๆ เลย

~ Antioxidant ~

สารต่อต้านอนุมูลอิสระสกัดจากทับทิมและเชอร์รี่ ที่มีประสิทธิภาพสูงในการช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ เลยช่วยปรับให้ผิวพรรณที่เคยหมองคล้ำ ไม่สดใส หรือมีปัญหาสิว จากการขับถ่ายยากจนมีสารพิษตกค้างในร่างกาย ทำให้ผิวกลับมาดูเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ สดใส สไตล์สาวสุขภาพดีดูเฮลท์ตี้ที่สุดเลย

รีวิวดีท็อก HOLISTA ทานยังไง? ทานตอนไหนถึงจะดี?

รีวิวดีท็อก_ปรับสมดุล_ดีท็อกลำไส้_Holista
‘รีวิวดีท็อก’ HOLISTA : กิน Detox อย่างไรให้ถูกวิธี

วิธีรับประทาน ‘HOLISTA Probiotic Fiber Detox’ ก็มีขั้นตอนไม่ยุ่งยากเลยนะคะ เพราะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวนี้มาในรูปแบบผงสำหรับชงพร้อมดื่ม เพียงแค่ผสมโฮลิสต้าในน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง ปริมาณ 150 – 200 มล. คนให้เข้ากันแล้วดื่มทันทีจนหมดแก้ว เสร็จแล้วก็ดื่มน้ำเปล่าตามอีก 1 – 2 แก้ว เท่านี้ก็ได้รับสารอาหารดีๆ ที่เข้าไปช่วยดีท็อกลำไส้และบำรุงผิวพรรณครบจบในซองเดียวเลย

แต่สำหรับใครที่อยากจะได้ทริคในการดื่ม HOLISTA ให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น ก็สามารถเลือกปรับเปลี่ยนช่วงเวลาการดื่มตามความต้องการได้ตามนี้เลยค่ะ…

1. ดื่มก่อนเข้านอน 1 – 2 ชั่วโมง หรือหลังอาหารมื้อเย็น => ช่วยกระตุ้นให้ขับถ่ายได้ดีในตอนเช้า
2. ดื่มก่อนมื้ออาหารเย็น 15 นาที => ช่วยเรื่องการควบคุมน้ำหนัก
3. ดื่มในช่วงตอนเช้า => ช่วยกระตุ้นการขับถ่ายในตอนเย็น

・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・

เป็นยังไงกันบ้างคะกับ รีวิวดีท็อกแบรนด์ HOLISTA ที่เราหยิบมาแนะนำกันในวันนี้ เรียกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ออกแบบมาตอบโจทย์ความต้องการ สำหรับคนที่อยากจะดูแลสุขภาพไปพร้อมๆ กับความงามแบบครบครันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าใครรู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนขับถ่ายยาก เกิดอาการท้องผูกอยู่บ่อยๆ ก็ต้องรีบแก้ไขให้ไวก่อนที่จะสายเกินไป ด้วยการเลือกทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น ดื่มน้ำเปล่าเข้าไปเยอะๆ แล้วก็อย่าลืมมองหาตัวช่วยดีท็อกลำไส้ดีๆ อย่าง ‘HOLISTA Probiotic Fiber Detox’ มาช่วยล้างสารพิษพร้อมปรับสมดุลระบบในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นด้วยล่ะ รับรองได้เลยว่าคราวนี้คุณก็จะมีทั้งสุขภาพที่ดี ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส แถมคุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นสมใจได้แน่นอนเลยค่ะ

จัดมาให้ครบ! แนะนำ ‘โปรไบโอติก’ (Probiotic) ยี่ห้อไหนดี? มีแบบไหนบ้าง? ราคาเท่าไหร่?

คิดเหมือนกันมั้ยคะ?! ว่าสมัยนี้แค่ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หรือดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว อาจจะยังไม่สามารถตอบโจทย์สำหรับความสุขภาพดีเฮลท์ตี้ขั้นสุดได้…

เพราะว่าไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของคนเรา ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเร่งรีบและการแข่งขันที่สูงมาก ทำให้แต่ละคนมีเวลาดูแลร่างกายและสุขภาพของตัวเองได้น้อยลง แถมยังทำให้พฤติกรรมในแต่ละวันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จนส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้เลยนะ

โปรไบโอติก_Probiotic_ โปรไบโอติกคืออะไร
Cr : 26317535_xl.jpg

ลองคิดตามกันแบบง่ายๆ ดูนะคะว่า ถ้าช่วงไหนที่เราเครียดหนัก พักผ่อนน้อย ไม่ได้ออกกำลังกาย ทานแต่อาหารจานด่วนเป็นประจำ พฤติกรรมแย่ๆ เหล่านี้ก็จะส่งผลกระทบต่อระบบการย่อยอาหาร ไปจนถึงระบบการขับถ่าย จนท้ายที่สุดแล้วร่างกายก็จะเกิดอาการงอแงส่งสัญญาณว่าไม่โอเค ผ่านอาการท้องผูก ขับถ่ายยาก (10 อาหารแก้ท้องผูก ช่วยขับถ่าย ไม่ว่าธาตุหนักหรือเบาก็เอาอยู่) เปลี่ยนหน้าท้องที่เคยแบนเรียบให้ท้องดูป่องออกมากลายเป็นพุงย้วยๆ ได้

พอมีคนจำนวนมากที่ต้องเจอกับปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับระบบการย่อยและการขับถ่าย เลยทำให้หลายแบรนด์ได้ผลิตอาหารเสริมที่มี ‘โปรไบโอติก’ (ลดพุง ดีท็อกลำไส้! เลือกกิน ‘Probiotic’ และ ‘Prebiotic’ อย่างไร ให้ถูกวิธีและเห็นผล?) เป็นส่วนประกอบ มาเป็นตัวช่วยปรับสมดุลการย่อยอาหาร ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ และล้างสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้คนที่มีปัญหาท้องผูกอยู่บ่อยๆ ขับถ่ายได้ง่ายและรู้สึกสบายตัวขึ้น อ๊ะ! แต่ก่อนที่จะใจเร็ว มือไว รีบพุ่งตัวไปซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรไบโอติกมารับประทาน ก็ตามเราไปทำความรู้จักเจ้า ‘โปรไบโอติก’ ให้มากขึ้นกันก่อนดีกว่า…

ทำความรู้จักว่า ‘ โปรไบโอติก ’ คืออะไร?

โปรไบโอติก_Probiotic_ โปรไบโอติกคืออะไร
Cr : https://i.pinimg.com/564x/08/d9/19/08d91989a91ee097cd5cefa349db2b4c.jpg

สำหรับคนรักสุขภาพหลายๆ คน ก็คงจะเคยได้ยินคำว่า ‘โปรไบโอติก’ หรือ ‘Probiotic’ กันมาบ้างแล้วใช่มั้ยละคะ? แต่ถ้าใครเพิ่งเคยได้ยินเจ้าคำนี้ที่นี่เป็นที่แรก ก็อย่าเพิ่งเกิดอาการงงกันไปซะล่ะ เดี๋ยวเราจะอธิบายให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ กันค่ะ เจ้า ‘โปรไบโอติก’ ก็คือแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของมนุษย์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าโปรไบโอติกเป็นจุลินทรีย์ตัวดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะช่วยปรับสมดุลให้ระบบลำไส้ของเราทำงานได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถพบโปรไบโอติกได้ในอาหารประเภทนมเปรี้ยว, โยเกิร์ต, กิมจิ, ผักดอง ฯลฯ รวมถึงในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบางชนิดที่วางขายตามท้องตลาดนั่นเองค่ะ

แล้ว ‘โปรไบโอติก’ ดีต่อร่างกายยังไงบ้าง?

โปรไบโอติก_Probiotic_ โปรไบโอติก (Probiotic) ดีต่อสุขภาพเราอย่างไร
Cr : 36438536_xl.jpg

อย่างที่ได้ทราบกันไปแล้วว่า ‘โปรไบโอติก’ ’ (ลดพุง ดีท็อกลำไส้! เลือกกิน ‘ Probiotic ’ และ ‘ Prebiotic ’ อย่างไร ให้ถูกวิธีและเห็นผล?) ถือเป็นจุลินทรีย์ดีที่มีอยู่ในร่างกาย พอได้รับจุลินทรีย์ตัวนี้เข้าไปแล้ว ก็จะช่วยปรับสมดุลของระบบลำไส้ให้ดูดซึมได้ดียิ่งขึ้น แถมยังช่วยดีท็อกเอาสารพิษตกค้างต่างๆ ให้ขับถ่ายออกมาพร้อมกับอุจจาระในแต่ละวัน แบบนี้เลยทำให้พุงป่องๆ ที่ยื่นออกมา ที่มีสาเหตุจากอาหารไม่ย่อย กลายเป็นหน้าท้องแบนเรียบ ไม่รู้สึกอึดอัด แถมยังส่งผลทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งกระจ่างใส เรียกได้ว่าสุขภาพดีตั้งแต่ภายในมาสู่ภายนอกเลยทีเดียวนะคะ
แล้วนอกจาก ‘โปรไบโอติก’ จะส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายแล้ว ยังมีประสิทธิภาพในการช่วยทำให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบไหลเวียนโลหิต ระบบภูมิคุ้มกัน ความดันโลหิต ฯลฯ เกิดความสมดุลและทำงานได้อย่างเต็มที่มากขึ้น เหมือนกับได้กดรีสตาร์ทเริ่มระบบภายในใหม่อีกครั้งยังไงยังงั้นเลย

แนะนำ 5 อาหารเสริม ‘โปรไบโอติก’

หลังจากที่เราเกริ่นให้ได้รู้จักกับ ‘โปรไบโอติก’ กันไปขนาดนี้แล้ว เราเชื่อว่าต้องมีหลายคนที่คิดอยากจะลองหาซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรไบโอติกมาทานบ้าง แต่ยังไม่แน่ใจว่า ควรเลือกยี่ห้อไหนดี? มีแบบไหนบ้าง? ราคาเท่าไหร่? ในวันนี้เราก็ไม่พลาดที่จะหยิบ 5 อาหารเสริมโปรไบโอติก’ ที่คัดมาแล้วว่าเด็ด มาแนะนำกันด้วยล่ะ เอาล่ะ! อย่ามัวรอช้า แล้วรีบตามไปดูผลิตภัณฑ์แต่ละตัวกันได้เลย…

(1) โปรไบโอติก ‘Probac7’

โปรไบโอติก-Probac7
Cr : https://i.pinimg.com/564x/27/21/5b/27215beafd31951237f4298d86b01677.jpg

มาเริ่มต้นกันที่อาหารเสริมโปรไบโอติกตัวแรกที่เราเลือกมาแนะนำกันก่อนเลยค่ะ กับ ‘Probac7’ ที่มีจุดเด่นตรงที่มีส่วนประกอบของทั้งโปรไบโอติกและพรีไบโอติก ที่ผ่านการรับรองทางการแพทย์แล้วว่าปลอดภัย และมีประสิทธิภาพในการคืนสมดุลให้ระบบขับถ่าย ฟื้นฟูอาการลำไส้แปรปรวนให้กลับมาทำงานได้อย่างปกติ ส่งผลให้ร่างกายสามารถขับถ่ายอุจจาระและสิ่งตกค้างออกมาได้อย่างสม่ำเสมอในทุกๆ วัน นอกจากนี้ยังช่วยเสริมภูมิต้านทานและช่วยต้านอิสระได้อีกด้วย

วิธีรับประทาน : อาหารเสริม ‘Probac7’ มาในรูปแบบผงบรรจุซอง ทานวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้า – เย็น โดยสามารถเลือกทานได้ทั้งแบบชงผสมกับน้ำเปล่า หรือถ้าเน้นความสะดวกรวดเร็ว จะฉีกซองเทใส่ปากแล้วดื่มน้ำตามก็ได้เหมือนกันนะคะ
ระยะเวลาในการเห็นผล ทานต่อเนื่องอย่างน้อย 30-90 วัน
ราคา : 30 ซอง | 1,800 บาท | ทานได้ 15 วัน

(2) โปรไบโอติก ‘HOLISTA Probiotic Fiber Detox’

โปรไบโอติก_Probiotic_ โปรไบโอติก_HOLISTA
Cr : HOLISTA_SAMPLE-0006.jpg

ต่อกันที่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวเด็ด ตัวนี้ไม่แนะนำไม่ได้ สำหรับคนที่กำลังเจอปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหารและการขับถ่าย เหมาะมากกับ ‘HOLISTA Probiotic Fiber Detox’ ที่จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้อย่างตรงลึกถึงต้นตอกันเลยทีเดียว จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ดีท็อกตัวนี้คือมีส่วนประกอบครบทั้ง Probiotic จุลินทรีย์นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา, Prebiotic และ Plant Enzyme และสิ่งที่รู้สึกวางใจมากขึ้นไปอีกคือตัว Probiotic ของเค้ามีงานวิจัยรับรองมากถึง 24 ฉบับ และมีประสิทธิภาพมากกว่าจุลินทรีย์ในโยเกิร์ตถึง 100 เท่า

เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วก็จะเข้าไปช่วยปรับสมดุลลำไส้ ดีท็อกสารพิษตกค้าง กระตุ้นระบบการย่อยและการขับถ่ายให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง แถมยังเห็นผลชัดเจนว่ารู้สึกโล่งสบายท้องหลังถ่ายอุจจาระ ตั้งแต่ซองแรกที่ทาน เหมาะสำหรับทั้งวัยหนุ่มสาวที่ขับถ่ายยาก ไปจนถึงผู้สูงอายุที่ระบบต่างๆ ทำงานได้ช้าลง เรียกได้ว่าช่วยได้ครบวงจรระบบขับถ่ายแล้วยังได้ผลกับทุกช่วงวัยเลยล่ะ

วิธีรับประทาน : ดีท็อก ‘HOLISTA’ บรรจุมาในรูปแบบซองพร้อมชง เพียงแค่รับประทานวันละ 1 ซอง ดื่มก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง โดยฉีกซองเทผลิตภัณฑ์ผสมน้ำธรรมดาหรือน้ำเย็น 150 – 200 มล. คนให้เข้ากันแล้วดื่มทันที จากนั้นก็ให้ดื่มน้ำเปล่าตามอีก 1 แก้ว ก็จะช่วยกระตุ้นให้ถ่ายท้องได้ดีในช่วงเช้า

ระยะเวลาในการเห็นผล ทานต่อเนื่องอย่างน้อย 1-3 วัน
ราคา : 2 กล่อง | 14 ซอง | 990 บาท | ทานได้ 15 วัน

(3) โปรไบโอติก ‘Swanson Probiotics’

(3) โปรไบโอติก ‘ Swanson Probiotics ’
Cr : https://media.swansonvitamins.com/images/items/master/SWA040.jpg

ใครที่ชอบเจอปัญหาแบบเดียวกัน ต่อให้กินผักผลไม้หรือดื่มน้ำเข้าไปมากมายขนาดไหน แต่ก็ยังเจอกับปัญหาท้องผูกแบบซ้ำๆ หรือถ่ายอุจจาระไม่ออกเป็นประจำ ก็ต้องลองหาซื้อ ‘Swanson Probiotics’ มาลองทานเป็นตัวช่วยอีกทางดูแล้วล่ะค่ะ เพราะเจ้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรไบโอติกตัวนี้ จะเข้าไปช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ทำให้แบคทีเรียดีเติบโตและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ลำไส้ดูดซับได้ดี และทำให้การขับถ่ายสะดวก ถ่ายอุจจาระออกมาได้คล่องขึ้นค่ะ

วิธีรับประทาน : ‘Swanson Probiotics’ เป็นอาหารเสริมโปรไบโอติกชนิดเม็ดแคปซูล โดยให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล แล้วดื่มน้ำตาม ก่อนมื้ออาหาร วันละ 3 มื้อ เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้ว

ระยะเวลาในการเห็นผล ทานต่อเนื่องอย่างน้อย 60-90 วัน
ราคา : 120 แคปซูล | 450 บาท | ทานได้ 20 วัน

(4) โปรไบโอติก ‘Asahi Ebios’

4-โปรไบโอติก-Asahi-Ebios
Cr : https://www.takaski.com/wp-content/uploads/2018/09/Asahi-EBIOS-Yeast-Acid-Bacteria-for-Indigestion-2000-Tablets-Made-in-Japan.jpg

ต่อด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรไบโอติกจากทางฝั่งประเทศญี่ปุ่น อย่าง ‘Asahi Ebios’ บ้างดีกว่าค่ะ ซึ่งความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ตัวนี้เป็นอาหารเสริมที่สกัดจากยีสต์ พอทานเข้าไปแล้วก็จะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ที่ปรับให้ระบบการย่อยอาหารทำงานดีขึ้น ที่สำคัญยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโน วิตามิน และสารอาหารสำคัญอีกหลายอย่าง เลยช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้นด้วย

วิธีรับประทาน : ผลิตภัณฑ์ ‘Asahi Ebios’ มาให้รูปแบบเม็ดพร้อมทาน โดยให้รับประทานหลังมื้ออาหาร วันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 10 เม็ดได้เลย

ระยะเวลาในการเห็นผล ทานต่อเนื่องอย่างน้อย 30-90 วัน
ราคา : 600 เม็ด | 850 บาท | ทานได้ 20 วัน

(5) โปรไบโอติก ‘Combif AR’

5-โปรไบโอติก-Combif-AR
Cr : https://cf.shopee.co.th/file/52f41740b4c227a4172ef9889d7ea896

ปิดท้ายด้วย ‘Combif AR’ เจ้าตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่จะเข้าไปช่วยเพิ่มโปรไบโอติกให้กับร่างกาย เพื่อปรับระบบขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาท้องผูก ท้องอืด มีแก๊สในกระเพาะอาหาร เพราะอาหารเสริมตัวนี้มีส่วนประกอบของจุลินทรีย์ผง Bifidobacterium longum หรือจุลินทรีย์ BB536 ผสมอยู่ เลยเข้าไปช่วยปรับสมดุลลำไส้ ให้สามารถดูดซึมอาหารได้เต็มที่ และปรับทั้งระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายให้มีประสิทธิภาพ

วิธีรับประทาน : อาหารเสริม ‘Combif AR’ ตัวนี้ บรรจุมาในรูปแบบแคปซูล ที่สามารถเลือกรับประทานวันละ 1 – 2 แคปซูล พร้อมมื้ออาหารได้เลยค่ะ

ระยะเวลาในการเห็นผล ทานต่อเนื่องอย่างน้อย 30-60 วัน
ราคา : 30 แคปซูล | 920 บาท | ทานได้ 15 วัน

・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・

ทีนี้เชื่อกันรึยังล่ะคะ? ว่าเรื่อง ‘ ลำไส้ ’ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะละเลยไปไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ เพราะถ้าเราปล่อยให้มีสารพิษหรือสิ่งสกปรกตกค้างอยู่ภายในร่างกายนานๆ เข้า ในอนาคตข้างหน้าอาจส่งผลให้เกิดการเน่าเสียสะสมตั้งแต่ข้างในออกมาถึงข้างนอกได้เลยนะคะ ฉะนั้นถ้าใครอยากจะรีบูทระบบภายในร่างกาย โดยเฉพาะระบบการย่อยอาหารและระบบขับถ่าย ก็อย่าลืมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มี ‘โปรไบโอติก’ ’(ลดพุง ดีท็อกลำไส้! เลือกกิน ‘ Probiotic ’ และ ‘ Prebiotic ’ อย่างไร ให้ถูกวิธีและเห็นผล?) เป็นส่วนประกอบ มาลองรับประทานกันดู รับรองได้เลยว่าจะช่วยทำให้เรารู้สึกโล่งท้อง สบายตัว ใช้ชีวิตได้แบบมีความสุขกว่าเดิมหลายเท่าเชียวล่ะ

‘ผู้สูงอายุท้องผูก’ นี้อย่านิ่งนอนใจ! รวมวิธีแก้ท้องผูกสำหรับผู้สูงวัย

…ผู้สูงอายุท้องผูก อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม… ถ้าพูดถึงปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆ ที่ใครหลายคนต้องเคยพบเจอและมีประสบการณ์มาก่อน ก็คงจะหนีไม่พ้น ‘อาการท้องผูก’ (10 อาหารแก้ท้องผูก) แน่นอนเลยค่ะ เราขอบอกเลยนะว่าเมื่อไหร่ที่อาการท้องผูกแวะมาเยือน ก็จะทำให้รู้สึกอึดอัด แน่นท้อง ไม่สบายตัว จนอดที่จะรู้สึกรำคาญไม่ได้ แต่สำหรับบางคนที่เจอกับปัญหาท้องผูกบ่อยๆ เป็นระยะเวลานาน ก็อาจเผลอมองข้ามและคิดกันไปเองว่าอาการแบบนี้เป็นเรื่องปกติ ไม่จำเป็นจะต้องใส่ใจอะไรมากมาย คิดว่าเป็นแล้วเดี๋ยวมันก็คงหายไปเองได้… แต่เราพูดเลยนะว่าถ้าขืนปล่อยให้ท้องผูกติดต่อกันนานเกินไป ก็สามารถส่งผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายได้เลยนะคะ

โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาท้องผูกอยู่เป็นประจำก็ยิ่งต้องระวังกันให้ดีเลยค่ะ เพราะยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้ ผู้สูงอายุท้องผูก (เลือกกินให้เหมาะกับวัย… ไขข้อสงสัย ‘วัยทอง’ กินอะไรดี?) ได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นใครที่รู้ตัวว่าเองหรือคนรอบข้างมีอาการท้องผูกรุนแรงหรือเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ก็ต้องเอาใจใส่ คอยสังเกตความผิดปกติ แล้วเตรียมตัวรับมือให้ดี ก่อนที่ปัญหานี้จะกลายมาเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรัง และสร้างความทรมานให้กับชีวิตไปซะก่อน
・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・

‘ ท้องผูก ’ คืออะไร ?

ท้องผูกคืออะไร_วิธีแก้ท้องผูก_ผู้สูงอายุท้องผูก
ผู้สูงอายุท้องผูก อันตรายกว่าปกติ ปัญหาที่ต้องรีบหาทางแก้

ก่อนอื่นเรามาเริ่มทำความรู้จักกับเจ้าอาการ ‘ท้องผูก’ กันก่อนดีกว่าค่ะว่ามันคืออะไร? โดย ‘อาการท้องผูก’ ก็คือการที่ลำไส้ไม่สามารถขับถ่ายอุจจาระออกมาได้ง่าย หรือความถี่ในการขับถ่ายลดลง ไม่สม่ำเสมอ ที่สำคัญอุจจาระจะมีลักษณะแข็งและยากต่อการขับถ่าย ซึ่งหากร่างกายของคนเราอยู่ในสภาวะปกติก็จะสามารถขับถ่ายได้อย่างสบายๆ ไม่รู้สึกทรมานใช่มั้ยล่ะคะ? แต่สำหรับคนที่มีภาวะท้องผูกจะรู้สึกเจ็บปวดเวลาถ่ายอุจจาระ ต้องออกแรงเบ่ง และใช้เวลาเข้าห้องน้ำนานกว่าเดิมอีกต่างหาก

อาการแบบไหนที่เรียกว่า ‘ ท้องผูก ’ ?

วิธีแก้ท้องผูก_ผู้สูงอายุท้องผูก_อาการท้องผูก_ดีท็อกลำไส้
ลองมาเช็กคนใกล้ตัว , ผู้สูงอายุท้องผูก มีอาการแบบนี้หรือเปล่า

หลังจากที่พอจะรู้จักกับอาการท้องผูกกันไปแบบคร่าวๆ แล้ว คราวนี้ก็ได้เวลามาตรวจเช็กกันดูแล้วค่ะว่า ตอนนี้คุณรวมไปถึงคนใกล้ตัวอย่าง ผู้สูงอายุท้องผูกกันอยู่รึเปล่า? ขอเตือนเอาไว้เลยนะคะว่าถ้าหากพบเจออาการตามที่เราบอกไป นี่ถือเป็นสัญญาณเตือนให้ต้องรีบแก้กันด่วนๆ ก่อนสายเกินไป ไม่งั้นเดี๋ยวจะไม่ทันการเอานะคะ

1. ขับถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือความถี่ในการขับถ่ายน้อยกว่าช่วงเวลาปกติ
2. อุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนแข็งๆ หรือเป็นเม็ดเล็กๆ
3. มีอาการท้องอืด มีลมในท้อง ปวดท้อง หรือรู้สึกปวดเกร็งบริเวณหน้าท้อง
4. ถ่ายอุจจาระออกได้ยาก ต้องใช้แรงเบ่งมาก หรือมีอาการเจ็บปวดขณะขับถ่าย
5. ถึงจะถ่ายอุจจาระไปแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าถ่ายได้ไม่สุด

เพราะเหตุใด ‘ ผู้สูงอายุท้องผูกง่าย ’?

วิธีแก้ท้องผูก_ทำไมผู้สูงอายุท้องผูกง่าย_ดีท็อกลำไส้
ไขข้อสงสัยว่า เพราะเหตุใด ‘ ผู้สูงอายุท้องผูกง่ายกว่าคนวัยอื่น

แล้วอย่างที่เราได้บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าผู้สูงอายุมีโอกาสท้องผูกได้ง่าย นั่นก็เกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่างรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น, ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ช้าลง, พฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน ก็ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุขับถ่ายยากได้ทั้งนั้นเลยค่ะ แต่สาเหตุส่วนใหญ่ที่ส่งผลให้ผู้สูงอายุท้องผูกง่ายกว่าปกติ ก็คือ…

1. ผู้สูงอายุบางคนยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้น กลับรับประทานอาหารในปริมาณที่น้อยลง จึงส่งผลต่อระบบขับถ่ายและระบบย่อยอาหาร
2. ไม่สามารถเคี้ยวอาหารที่มีกากใยสูงได้ ทำให้ร่างกายขาดไฟเบอร์ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้
3. ดื่มน้ำน้อยลง เพราะกังวลเรื่องการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ พอร่างกายได้รับน้ำน้อยเกินไป ก็ทำให้ขับถ่ายยากและต้องใช้เวลานานขึ้น
4. ไม่ค่อยได้ขยับตัวไปไหน ออกกำลังกายไม่เพียงพอ เลยทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ช้าลง

‘ ผู้สูงอายุท้องผูก ’ บ่อยๆ ต้องทำยังไงบ้าง ?

วิธีแก้ท้องผูก_ผู้สูงอายุท้องผูก_ดีท็อกลำไส้
รับมือกับ วิธีแก้เมื่อ ผู้สูงอายุท้องผูก ’ บ่อยๆ เพื่อลดความเสี่ยงได้อย่างตรงจุด

เมื่อรู้ว่าผู้สูงอายุท้องผูกติดต่อนานๆ กันจนกลายมาเป็นปัญหาสุขภาพ สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกเลยก็คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้ถูกสุขลักษณะมากขึ้นค่ะ ซึ่งการเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ ก็จะช่วยกระตุ้นให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายให้ทำงานได้ดีและเต็มประสิทธิภาพ โดยวิธีการดูแลและป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุท้องผูกสามารถทำได้ด้วยวิธีง่ายๆ ตามนี้เลย…

ผู้สูงอายุท้องผูกควรรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง

วิธีแก้ปัญหาผู้สูงอายุท้องผูกสามารถเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินใหม่ หันมาเลือกรับประทานเมนูอาหารที่มีกากใยสูงจะดีกว่าค่ะ โดยอาหารไฟเบอร์สูงก็จะเป็นพวกผักและผลไม้ต่างๆ เช่น ส้ม, กล้วย, มะละกอ, คะน้า, บร็อคโคลี่, พืชชนิดถั่ว ฯลฯ ก็ล้วนเป็นตัวการตัวดีในการกระตุ้นการขับถ่าย รวมถึงช่วยให้อุจจาระอ่อนนุ่มขึ้นอีกด้วย

ผู้สูงอายุท้องผูกควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน

‘น้ำเปล่า’ ถือเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่ร่างกายจะขาดไปไม่ได้เด็ดขาดเลยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุที่ท้องผูกอยู่บ่อยๆ ก็ต้องดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อย่างน้อยๆ เลยก็ควรดื่มน้ำเปล่าให้ได้ 6 – 8 แก้ว / วัน เพราะน้ำเปล่าจะช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยเรื่องการย่อยอาหาร ดีต่อสุขภาพของลำไส้ ส่งผลให้สามารถขับถ่ายได้คล่องขึ้นกว่าเดิม

อย่านั่งๆ นอนๆ ต้องขยับตัวออกกำลังกายบ้าง

ถึงแม้ว่าผู้สูงอายุจะรู้สึกอ่อนเพลีย หมดเรี่ยวแรง แต่ก็ไม่ควรที่จะนั่งๆ นอนๆ ติดเตียงตลอดวันเหมือนกันนะคะ ควรที่จะออกกำลังกายเบาๆ ด้วยการเดิน ขยับแขน ขยับขาไปมา เพื่อที่จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญ กระตุ้นระบบการทำงานของลำไส้ และช่วยทำให้ขับถ่ายคล่อง ไม่ท้องผูกง่ายอีกต่อไป

ผู้สูงอายุท้องผูกทานอาหารเสริมที่มี ‘ โพรไบโอติกส์ ’

ในบางครั้งสำหรับผู้สูงอายุที่ท้องผูกหรือขับถ่ายยากมากๆ แค่เลือกทานอาหารหรือดื่มน้ำเปล่าอาจจะยังไม่สามารถแก้ปัญหาท้องผูกให้สิ้นซากได้นะ เราเลยอยากจะขอแนะนำให้ลองหาซื้ออาหารเสริมที่มี ‘ โพรไบโอติกส์ ’ มาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการกระตุ้นการทำงานและทำให้สุขภาพลำไส้ดีขึ้นกว่าเดิม

วิธีแก้ท้องผูก_ผู้สูงอายุท้องผูก_ดีท็อกลำไส้_HOLISTA_ปรับสมดุลร่างกาย
ผู้สูงอายุท้องผูก แก้ได้ด้วย HOLISTA Probiotic Fiber Detox ดีท็อกลำไส้ ปรับสมดุลร่างกาย

แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเลือกอาหารเสริมตัวไหน? แบรนด์อะไร? มาเป็นตัวช่วยแก้ท้องผูกดี… ก็ลองเลือก ‘ HOLISTA Probiotic Fiber Detox ’ มาทานกันดูซิคะ ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวนี้จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาผู้สูงอายุท้องผูกได้แบบตรงจุดลึกถึงต้นตอ เพราะมี Probiotic จุลินทรีย์ปรับสมดุลลำไส้ที่นำเข้าจากอเมริกา มีสรรพคุณในการฟื้นฟูระบบลำไส้ ดีท็อกซ์ขับสารพิษตกค้างออกจากร่างกาย กระตุ้นการขับถ่าย เลยช่วยลดโอกาสที่จะเกิดอาการท้องผูกได้แบบมีประสิทธิภาพ

วิธีแก้ท้องผูก_ผู้สูงอายุท้องผูก_ดีท็อกลำไส้_ปรับสมดุลร่างกาย
ดีท็อกลำไส้ เหมาะสำหรับคนวัยทอง ช่วยปรับสมดุลร่างกาย ล้างสารพิษ

โฮลิสต้าถือเป็นอาหารเสริมที่ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพ แล้วยังเหมาะสำหรับผู้สูงอายุมากๆ เลยนะ เพราะผลิตภัณฑ์มาพร้อมกับส่วนผสมสกัดจากธรรมชาติ 100% อีกทั้งยังมีจุลินทรีย์หลายชนิดที่ผสานพลังกันมาช่วยปรับระบบภายในร่างกายให้ทำงานได้อย่างสมดุลยิ่งขึ้น เพียงแค่ฉีกซองผสมน้ำเปล่าหรือน้ำเย็น 150 – 200 มล. คนให้เข้ากันแล้วดื่มทันที เสร็จแล้วก็ดื่มน้ำเปล่าตามไปอีก 1 แก้ว โดยให้ดื่มก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชม. ตื่นเช้ามาก็จะช่วยให้ขับถ่ายได้ดี อาการท้องผูกหายไป รู้สึกโล่งสบายท้องสุดๆ เลยค่ะ

・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・

สุดท้ายนี้ปัญหาสุขภาพต่างๆ ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุก็ยิ่งต้องคอยสังเกตและเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลาเลยนะคะ อย่างเช่นปัญหา ผู้สูงอายุท้องผูก ที่หากปล่อยเอาไว้นานวันเข้า อาจส่งผลให้ขับถ่ายได้อย่างยากลำบาก รู้สึกทรมานขึ้นในทุกๆ วัน และอาจทำให้มีสิ่งสกปรกหรือสารพิษตกค้างอัดแน่นสะสมอยู่ในร่างกายได้เลยนะ ทางที่ดีควรจะรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ ด้วยการเลือกทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อวัน ขยับตัวออกกำลังกายบ่อยๆ แล้วถ้าจะให้ดีก็ต้องพึ่งอาหารเสริมคุณภาพดีอย่าง ‘HOLISTA’ มาช่วยปรับสมดุลระบบต่างๆ ในร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พอระบบภายในดีแบบนี้ ไม่ว่าจะวัยไหนก็ห่างไกลโรคภัยได้แล้วล่ะค่ะ